การเมืองขึ้นปี 2564 สะดุดหยุดลงชั่วคราวเพื่อโรคโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ แต่เมื่อรัฐบาลและรัฐสภาตั้งหลักได้ทั้งรัฐบาลและรัฐสภาสามารถหาวิธีทำงานตามภารกิจที่รับผิดชอบได้
งานการเมืองก็เริ่มไปต่อ
คณะรัฐมนตรีจัดการกับการระบาดด้วยการประชุมทางไกล รัฐสภาจัดระเบียบภายใน เพื่อให้ปลอดการติดเชื้อแล้วทุกอย่างก็เริ่มขับเคลื่อน
ทั้งการยื่นญัตติเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งการประชุมของกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์
ทุกอย่างเริ่มมีความคืบหน้า
ขณะที่การเมืองส่วนท้องถิ่นก็มีความเคลื่อนไหว หลังจากมีการเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.ทั่วประเทศไปแล้ว
ขณะนี้ กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งระดับเทศบาลในวันที่ 28 มีนาคม เริ่มรับสมัครวันที่ 8-12 กุมภาพันธ์
ณ บัดนี้โรคโควิด-19 จึงไม่ใช่ปัญหาที่จะมาขวางการทำงานของรัฐบาลและรัฐสภา
สําหรับความเคลื่อนไหวของ ส.ส. และพรรคการเมืองนั้น ตอนนี้มีกระแสเกี่ยวกับการตั้งพรรคใหม่หนาหูมากขึ้นเป็นลำดับ
สาเหตุมาจากอิทธิฤทธิ์รัฐธรรมนูญ และกลไกตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทำให้การเมืองแบบเดิมที่เคยเติบโตจากรัฐธรรมนูญปี 2540 อ่อนแรงลง
พรรคเพื่อไทยที่แม้จะได้รับการเลือกตั้งระบบเขตมามากที่สุด แต่ ณ ปัจจุบันยังคงยึดหัวหาดฝ่ายค้าน
พรรคเพื่อไทยเองยังต้องประกาศปฏิรูปใหญ่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง
พรรคก้าวไกลที่เติบโตขึ้นมาแทนพรรคอนาคตใหม่ แม้จะรวบรวมคนรุ่นใหม่เข้ามา และขับเคลื่อนพรรคตามความหวังของคนรุ่นใหม่
แต่ขณะนี้ทุกความเคลื่อนไหวสุ่มเสี่ยงต่อการฟ้องร้อง
แม้แต่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เปลี่ยนบทบาทไปเป็นหัวหน้าคณะก้าวหน้า ล่าสุดถูกแจ้งข้อกล่าวหาผิด
อนาคตไม่มีความแน่นอน
ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพให้เห็นความแข็งแกร่งของพรรคฝ่ายรัฐบาล และมองเห็นความถดถอยของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
มองเห็นการเมืองใหม่ ที่พรรคเล็กอยู่รอด พรรคใหญ่อยู่ยาก
วันนี้จึงได้ยินเสียงจากกลุ่มคนหลายกลุ่มคนในแวดวงการเมือง
ต้องการตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาเอง
การตั้งพรรคใหม่ดังกล่าวอาจจะมาจากกลุ่ม ส.ส.จากพรรคใหญ่แตกตัวออกมาตั้งพรรค หรือมาจากการพัฒนาขีดความสามารถจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับชาติ
จากนายก อบจ.และ ส.อบจ. รวมตัวระดมพลก่อตั้งเป็นพรรคใหม่ขึ้นมา
ทุกอย่างยังยึดตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ทั้งนี้ เพราะการเมือง ณ เวลานี้ยังเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทำได้ยากเย็น กว่าจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยเฉพาะวุฒิสภา ต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ ต้องผ่านการพิจารณาขององค์กรอิสระ
แต่ละปัจจัยล้วนมีโอกาสทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยุ่งยาก
ดังนั้น การจัดทัพตามกรอบกติกาเดิมจึงเกิดขึ้น
และเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
ความเคลื่อนไหวการตั้งพรรคใหม่ที่เกิดความคึกคักในซีกของพรรครัฐบาล ชี้ให้เห็นว่ามีความพยายามหาวิธีการ “อยู่ต่อ” หลังจากได้อยู่มานานแล้ว
ไม่ว่าผู้ที่อยู่ต่อจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือไม่ ไม่สำคัญ
แต่มีความพยายามจากขั้วอำนาจฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันที่จะอยู่ต่อ
อยู่ต่อเพราะการเมืองในปี 2564 ฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่าพรรคฝ่ายค้านอ่อนกำลังลงแล้ว
อยู่ต่อเพราะเชื่อว่าม็อบราษฎรเมื่อต้องข้อหาหลายคดีย่อมแผ่วลง
อยู่ต่อเพราะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่เรียกร้องกันอยู่นั้น เริ่มอืด
การอยู่ต่อด้วยการสังกัดพรรคใหญ่เหมือนเดิมก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่การแยกมาตั้งพรรคใหม่ก็เป็นอีกวิธีที่สามารถอยู่ต่อได้
อยู่ต่ออย่างมีตัวตน
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นความคิดของสมาชิกจากฝ่ายรัฐบาลที่มองว่ากำลังได้เปรียบทางการเมือง
หากแต่ยังมีปัจจัยไม่สามารถประมาทได้ นั่นคือ ความรู้สึกของประชาชน
โดยเฉพาะความรู้สึกต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ความรู้สึกต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแม้ในขณะนี้จะสงบเงียบไปพักใหญ่หลังโรคโควิด-19 ระบาด แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้าการเกิดการระบาดรอบใหม่จะพบว่ารุนแรงอย่างยิ่ง
รุนแรงเพราะเริ่มไม่ไว้วางใจในฝีมือการบริหารของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ
ความรุนแรงดังกล่าวยังคงมีอยู่ และพร้อมจะระเบิดขึ้นตลอดเวลา
ความรู้สึกต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองยังคงมีอยู่และจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดปี
ขณะที่ปัญหาของประเทศซับซ้อนและยากมากขึ้น เกินกว่าการบริหารประเทศแบบคณะบุคคลจะรับได้
จึงไม่แปลก หากต่อไปจะได้ยินเสียงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในระดับต่างๆ มากขึ้น
ทั้งในระดับท้องถิ่น และในระดับประเทศ
ทั้งนี้ ก็เพราะประชาชนเริ่มอยากเห็นของใหม่ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
อยากได้รัฐบาลที่รู้ปัญหา และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม
โดยเฉพาะปัญหาของประชาชน

