อนุทินแนะธนาธร ใช้ พ.ร.บ.ข่าวสารขอเอกสารสัญญาวัคซีน ชี้สั่งเปิดเอกสารไม่ใช่หน้าที่ตน

อนุทินแนะธนาธร ใช้ พ.ร.บ.ข่าวสารขอเอกสารสัญญาวัคซีน ชี้สั่งเปิดเอกสารไม่ใช่หน้าที่ตน

อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย ดำเนินรายการโดยดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ทางช่อง 9 MCOT HD เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยเอกสารสัญญารับจ้างผลิตของ AstraZeneca กับ Siam Bioscince สัญญารับงบประมาณ และบันทึกการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ

คลิกอ่าน ธนาธร โพสต์หลังโดนแจ้งม.112 ถามทำไมรัฐต้องรับหน้าแทนบริษัทเอกชน จี้เปิด 3 เอกสารสำคัญ

โดยต่อข้อถามที่ว่า สามารถที่จะเปิดสัญญาตามข้อเรียกร้องของธนาธรได้หรือไม่ มีข้อจำกัดอะไรหรือไม่

นายอนุทินระบุว่า สัญญาแอสตร้าเซนเนก้า ต้องเป็นของแอสตร้าเซนเนก้า มันมีช่องทางอยู่แล้ว มี พ.ร.บ.ข่าวสาร หรืออะไรต่างๆ ถ้าทำตามกฎหมายทำตามช่องทาง ก็ให้เขาลองไปติดต่อดู แต่ที่ผมไม่มี

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ไม่ใช่ว่าใครคนใดคนหนึ่งอยากจะได้อะไรขึ้นมาแล้วเดินไปขอโดยตรง ก็มีขั้นตอน ตนไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้ ใครที่ต้องการเอกสารก็ต้องไปดูว่าต้องทำอย่างไร รัฐบาลไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

ต่อข้อถามที่ว่า รัฐบาลจะชี้แจงโดยไม่ต้องใช้ขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารได้หรือไม่ 

นายอนุทินระบุว่า ทำไม่ได้ และไม่คิดจะทำ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ตนที่จะไปสั่งหน่วยงานเอาเอกสารไปเปิดเผยที่ไหน ต้องเป็นหัวหน้าหน่วยงาน อธิบดี ปลัด หรือผู้อำนวยการ อยู่ดีๆ รัฐมนตรีไปสั่งให้เปิดเอกสารข้อมูลต่างๆ จะเป็นการทำเกินหน้าที่

ต่อข้อถามที่ว่า เมื่อนายธนาธรยังคงพูดถึงเรื่อง “วัคซีนพระราชทาน” เป็นกระแสต่อไปแบบนี้ จะดับกระแสอย่างไรดี

นายอนุทินตอบว่า คำว่า “วัคซีนพระราชทาน” ต้องไม่ใช้ เพราะไม่มีวัคซีนพระราชทานในประเทศนี้ มีแต่วัคซีนที่รัฐบาลไทยใช้งบประมาณของรัฐจัดหาให้ประชาชน เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 คนที่พูดคำว่า “วัคซีนพระราชทาน” เจตนาอย่างชัดเจนว่าต้องการเบี่ยงประเด็นให้เกิดการเข้าใจผิด เราได้รับพระราชทานสิ่งของส่วนใหญ่คือเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาล และทุนรอนที่จะนำมาพัฒนาศักยภาพสาธารณสุข ไม่ใช่วัคซีน

ต่อข้อถามที่ว่า ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นตอนที่ AstraZeneca เลือก Siam Bioscince นั้น AstraZeneca นั้นเลือก หรือว่าทางการไทยเสนอไป

นายอนุทินระบุว่า ตอนที่ AstraZeneca เลือก Siam Bioscince กระทรวงสาธารณสุขไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข เพราะกระทรวงสาธารณสุขดูเรื่องวัคซีนชนิดไหน เทคโนโลยีแบบไหนที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยมีการคุยกับผู้ผลิตวัคซีนกับทุกๆ บริษัท ตั้งแต่ช่วงที่ตลาดยังคงเป็นของผู้ขาย ซึ่งมีการตั้งเงื่อนไขว่าจะเข้ามาจดทะเบียนกับ อย. รัฐบาลไทยต้องสัญญากับเขาก่อนว่าจะซื้อกี่สิบล้านโดส มันมีรายละเอียดอีกมากที่คนไม่ทำงานไม่รู้ เรามั่นใจว่าวัคซีนที่จะนำไปใช้กับประชาชนจะต้องเหมาะสมและปราศจากอันตราย

นอกจากนี้ นายอนุทินระบุด้วยว่า ปัจจุบันไทยมีทางเลือกมากขึ้น เราไม่ได้ผูกขาด นอกจาก 26 ล้านโดส บวกกับ 35 ล้านโดสนั้นก็ยังไม่พอ อีกซัก 6 เดือนหากมีทางเลือกที่ดีกว่า เราก็พร้อมที่จะพิจารณาเพราะ 1 คนต้องฉีด 2 โดส เพื่อให้ครอบคลุมให้หมด โดยมีเป้าฉีดให้ครบจำนวนประชากร ยกเว้นกลุ่มเสี่ยง เช่นหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น

นายอุนทินระบุว่า การได้สิทธิในการผลิตวัคซีน AstraZeneca ของ Siam Bioscince นั้นทำให้ไทยได้มีความอุ่นใจระดับหนึ่ง AstraZeneca ก็ต้องเกรงใจไทยเพราะไทยเป็นฐานผลิตในกรณีที่ไทยต้องการขอสิทธิพิเศษใดๆ และยืนยันว่า Siam Bioscince ไม่ใช่คู่สัญญากับรัฐบาลไทย แต่ Siam Bioscince เป็นผู้รับจ้าง AstraZeneca ผลิตวัคซีนเท่านั้น และรัฐบาลไทยจะทำสัญญาซื้อขายกับ AstraZeneca

นอกจากนี้ นายอนุทินยังเปิดเผยถึงกรณี ข้อตกลงเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไทยให้กับ Siam Bioscince มูลค่า 595 ล้านบาท โดยจะต้องมีการส่งวัคซีนมูลค่าเท่ากับเงินอุดหนุนดังกล่าวให้รัฐบาลไทยว่า ตามสัญญารัฐบาลไม่รู้จัก Siam Bioscince Siam Bioscince จะต้องผลิตออกมาและนำวัคซีนตีตรา AstraZeneca ใส่กล่อง AstraZeneca หลังจากนั้นเป็นเรื่องของ AstraZeneca Thailand ที่จะจัดการส่งวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา ซึ่งก็ต้องมีการขนส่งตามรายละเอียดสัญญา

ต่อข้อถามที่ว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะมีวัคซีน 150,000 โดส ส่งมาให้ใช้ชั่วคราวก่อน ถูกต้องหรือไม่

นอกจากนี้ นายอนุทินระบุว่า วัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนที่ไทยเราเจรจากับ AstraZeneca เพื่อขอซื้อวัคซีนมาก่อน 500,000 ถึง 1 ล้านโดส แต่ AstraZeneca ให้มาได้เพียง 150,000 โดสเท่านั้น ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ 26 ล้านโดส ตามสัญญา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon