ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ มช.ปล่อยคลิป “วิถีชีวิต” เล่าเรื่องชาวกะเหรี่ยงที่ถูกละเมิดสิทธิเผาไล่รื้อบ้าน

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ช่วยประสานติดตามแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิดความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน กับกรณีชาวกะเหรี่ยงบางกลอยขอกลับขึ้นไปพื้นที่ดั้งเดิม ซึ่งเดือดร้อนจากการที่รัฐใช้กฎหมายบีบบังคับให้ออกจากถิ่นอาศัยเดิม ไม่มีพื้นที่เพียงพอในการทำเกษตรกรรมนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ มช. ได้เผยแพร่คลิป “วิถีชีวิต Way of lives” จำลองวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ถูกเผาบ้านและถูกคุกคาม โดยเป็นภาพยนตร์ที่ บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยง พยานปากเอก ในคดีที่ชาวบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช คดีนำกำลังเข้ารื้อทำลายเผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงกว่า 20 ครอบครัว รวมผลิตขึ้นกับเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ภายหลังการถูกละเมิดสิทธิเผาไล่รื้อบ้าน ในปี 2554

โดยในเฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความระบุว่า

#ภาพจำลองวิถีชีวิตที่ถูกเผาบ้านและคุกคาม
ท่ามกลางความระส่ำระส่าย ความตื่นตระหนก กลัว และอึดอัดกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่หลังจากการถูกไล่รื้อ ในช่วงนี้มีองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน สถาบันการศึกษาและเครือข่ายกะเหรี่ยงได้ตั้งคำถามกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่คุกคามสิทธิ เสรีภาพของชาวกะเหรี่ยงใจแผ่นดิน บางกลอยบน ขณะเดียวกันเยาวชนกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งบิลลี่ได้ร่วมกันผลิตภาพยนตร์ “วิถีชีวิต” เพื่อเสนอสถานการณ์ที่พวกตนถูกละเมิดสิทธิเผาไล่รื้อบ้าน ในปี 2554

ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตขึ้นในปี 2555 ภายหลังจากการถูกไล่รื้อ นักแสดงทั้งหมดเป็นผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ ไล่รื้อ เผาบ้าน ฉากเริ่มต้นด้วยเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่บินวน ชาวบ้านหยุดฟังเสียงพักหนึ่ง หลังจากนั้น พวกเขาเริ่มรู้ว่า นี่คือสัญญาณอันตราย ขณะที่ปู่โบกมือห้ามให้อยู่ในความสงบ ต่อมาชายฉกรรจ์ จำนวน 2-3 คน แต่งชุดคล้ายเจ้าหน้าที่อุทยานฯหรือทหารเดินขึ้นมาบนบ้าน หลังจากนั้น ปู่คออี้และครอบครัวถูกควบคุมตัวเดินลงจากบ้าน ส่วนชายฉกรรจ์เหล่านั้น ได้เริ่มจุดไฟเผาบ้าน ชาวบ้านหันหลังกลับไปมองบ้านตนเองที่กำลังถูกเผาไหม้เป็นครั้งสุดท้าย

ฉากต่อมา ปู่คออี้ยืนดูบ้านที่บางกลอยล่าง ปู่ยืนมองอยู่ชั่วขณะหนึ่ง หลังจากนั้นเดินเข้าบ้านไป ในภาพยนตร์นี้ ได้เลือกนำเสนอชีวิตของครอบครัวหนึ่งที่วิ่งหนีเสียงเฮลิคอปเตอร์ พ่อได้แบกลูกที่ป่วยเป็นโปลิโอพร้อมกับภรรยาและลูกวิ่งหนี และหลบซ่อนตัวในป่า จนกระทั่งเดินทางมาถึงหมู่บ้านและขอพักอาศัยกับเพื่อนบ้าน ในภาพยนตร์นี้ ยังได้แสดงถึงภาพชีวิต การดิ้นรนของชาวบ้าน คนวัยหนุ่มที่พอมีแรงเป็นผู้เดินทางออกนอกหมู่บ้านไปเป็นแรงงานรับจ้าง ก่อนลงไปทำงาน เด็กหนุ่มเหล่านี้มาลาปู่คออี้เพื่อไปทำงาน ปู่ได้ให้ศีลให้พร พร้อมกับกล่าวว่า หากอยู่ที่นี่ไม่มีข้าวกิน จำเป็นต้องลงไปทำงานในเมืองก็ไปเถิด พร้อมทั้งอวยพรให้กับทุกคน

ครอบครัวที่มีลูกเป็นโปลิโอ เมื่อมาอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านก็ไม่มีข้าวกินอย่างเพียงพออยู่แล้ว แต่ทุกคนยังมีความคิดเผื่อแผ่แบ่งปันอาหารกัน ชายคนนี้พยายามช่วยเหลือตนเอง แต่เขาก็กลับมาบ้านพร้อมกับความว่างเปล่า เขาลงไปหาปลาแต่หาไม่ได้ เพราะคนหาปลามีจำนวนมาก ขณะเดียวกันเขาได้รำพึงว่า เป็นห่วงลูกชายที่ลงไปทำงานที่ในเมือง เนื่องจากพูดภาษาไทยไม่ได้

ภาพก่อนสุดท้ายและผู้เขียนคิดว่า สำคัญมากคือ ภาพบิลลี่มาบอกปู่ว่า จะมีการประชุมเรื่องการทำนาขั้นบันได ซึ่งทุกคนในวงสนทนาต่างบอกว่า #ไม่รู้จักนาขั้นบันได และปู่ได้พูดว่า #เราไม่อยากให้ใครมาเอาที่ทำกินของเราไป #เราไม่ได้ไปแย่งที่ของใครมา #รอยเท้าเรายังอยู่ที่ที่ของเรา #พ่อแม่ปู่ย่าตายายทำกินแต่ไหนแต่ไรมา ต้นไม้ ต้นไผ่ก็ยังเขียวชอุ่มอยู่ ข้อความของปู่นี้มีนัยยะว่า การอยู่อาศัยทำกินที่ใจแผ่นดิน บางกลอยบนนั้น คือความชอบธรรม พวกเขาไม่ได้ปล้น แย่ง บุกรุกที่ของคนอื่น พวกเขาไม่ใช่คนทำลายป่า เพราะก่อนจากมา พื้นที่บริเวณนี้ก็ยังเขียวชอุ่ม ไม่แห้งแล้ง

ภาพต่อมาปู่และชายคนที่เป็นพ่อ ได้ยืนอยู่บนที่สูงพร้อมมองไปบริเวณที่ชาวบ้านช่วยกันขุดทำนาขั้นบันได ปู่ได้พูดว่า #คนบนดอยต้องทำไร่ทำกิน #ไม่ทำก็ไม่มีกิน #ทำอย่างเสรีทำก็ได้กินไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ #ในเมืองในกรุงเขามีนามีที่มีอาหารของเขา #ทั้งหมดนี้ได้รับการจัดไว้แล้ว โลกได้จัดให้เราทั้งหลายไว้อย่างนั้นแล้ว ภาพยนตร์นี้ปิดฉากด้วยการทำข้าวไร่ ซึ่งคือความหวังของทุกคนที่ต้องการกลับไปทำข้าวไร่ในพื้นที่แผ่นดินแม่…ใจแผ่นดิน บางกลอยบน

#SAVEบางกลอย #ใจแผ่นดิน #ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา #สิทธิชุมชน ดูน้อยลง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ธนกร” มั่นใจ “บิ๊กตู่” รับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจสบายๆ ติงฝ่ายค้าน ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
บทความถัดไป‘ดีจีเอ’ มั่นใจดูแลแอพพ์ ‘หมอชนะ’ ได้เต็มประสิทธิภาพ