‘เศรษฐกิจใหม่-ไทยศรีวิไลย์’ ร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติเชือด 10 รมต. ยัน ไม่มีมวยล้ม

“ฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติเชือด 10 รมว. “เศรษฐกิจใหม่-ไทยศรีวิไลย์” ขอแจมด้วย ยัน ทำงานเป็นเอภาพ-ไร้เรื่องผลประโยชน์แอบแฝง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มกราคม ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นำแกนนำ และสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรค ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ

ด่วน! 208 ส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอย่างเป็นทางการ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี

โดยนายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรค ได้ยืนญัตติต่อประธานสภาฯ แล้ว อย่างไรก็ตาม เรามีอีก 2 พรรคมาร่วมอภิปรายกับเรา คือ พรรคเศรษฐกิจใหม่ กับพรรคไทยศรีวิไลย์

นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า สำหรับวันเวลาที่เราจะใช้ในการอภิปรายนั้น จากการพูดคุยกันเบื้องต้น เห็นว่าควรเริ่มวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จึงจะพอเหมาะ ส่วนวันที่สิ้นสุดนั้นจะดูตามความเหมาะสม และจำนวนผู้อภิปราย

ด้านนายชวนกล่าวว่า เมื่อยื่นแล้วสภาก็จะให้สมาชิกตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมด ถ้ามีอะไรจะแจ้งไปที่ผู้เสนอญัตติภายใน 7 วัน จากนั้น จะดำเนินการเข้าสู่การบรรจุวาระแบบเร่งด่วน ซึ่งวันที่จะดำเนินการอภิปรายนั้น ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลตกลงกันไว้เบื้องต้นว่า จะใช้วันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ แต่คงจะต้องมีการตกลงเรื่องเวลากันให้แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่า สรุปมีชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายครั้งนี้กี่คน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 10 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 4.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 5.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

6.นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 7.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 9.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ 10.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรฯ โดยมีส.ส.ร่วมลงชื่อจำนวน 208 คน ขณะที่มีส.ส.ประสงค์ที่จะอภิปรายนั้น หลังจากการยื่นแลวพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันทันที และจะได้คุยเรื่องกรอบเวลาด้วย

เมื่อถามว่า ประเด็นหลักๆที่จะอภิปรายมุ่งเน้นไปที่เรื่องใด นายประเสริฐ กล่าวว่า มีหลายประเด็น ทั้งเรื่องการทุจริตต่อหน้าที่ การบริหารราชการที่ผิดพลาด เรื่องเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน และเรื่องการขาดหลักนิติรัฐ นิติธรรม

เมื่อถามย้ำว่า มีหมัดเด็ด หมัดน็อกหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า อยากให้ติดตามดู เพราะมีหมัดเด็ดแน่นอน เพราะหลักฐานค่อนข้างชัดเจน นอกจากนี้ ฝ่ายค้านมีการปรับรูปแบบการอภิปรายให้มีรายการเด็ดทุกวันโดยยึดข้อมูลเป็นสำคัญ การอภิปรายครั้งนี้จะกระชับ เน้นเนื้อหาสำคัญๆ โดยจะใช้เวลาอภิปรายนายกฯ อย่างน้อย 1 วัน แต่อาจจะมากกว่านั้น เพราะเรื่องโควิดก็วันหนึ่งแล้ว ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นๆจะใช้ผู้อภิปราย 2-3 คน ต่อรัฐมนตรี 1 คน

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายครั้งนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องการแบ่งเวลาเหมือนครั้งที่แล้ว จะตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามเรื่องเวลาการอภิปราย ตัวผู้อภิปราย จะทำงานอย่างเป็นเอกภาพใกล้ชิดกัน ส่วนเรื่องระยะเวลาการอภิปรายนั้น อาจจะมากกว่า 5 วันก็ได้ เพราะมีรัฐมนตรีถูกซักฟอก 10 คน ทุกคนจะต้องถูกอภิปรายทั้งหมด รวมถึงคนที่ขออภิปรายจะต้องได้พูดครบประเด็นหมดทุกครั้ง ดังนั้นเป็นไปได้ที่อาจใช้เวลามากกว่าวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ตามที่วางกรอบไว้เบื้องต้น

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวส.ส.พท. สงสัยที่ไม่มีการอภิปรายรัฐมนตรว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ กล่าวว่า เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังมีน้ำหนักหลักฐานไม่เพียงพอจะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ใดๆมาเกี่ยวข้อง ส่วนจำนวนผู้ถูกอภิปราย 10 คนที่ถูกวิจารณ์มากเกินไปนั้น อย่าดูที่ตัวบุคคล ขอให้ดูเนื้อหาการอภิปราย เพราะผู้ถูกอภิปรายล้วนมีประเด็นทั้งสิ้น ในส่วนพรรคเพื่อไทยวางตัวผู้อภิปรายไว้ 15-16 คน ลดจากครั้งที่แล้วที่วางไว้ 30 กว่าคน จะเน้นหนักที่นายกรัฐมนตรี จะถูกอภิปรายอย่างน้อย 1-2 วัน เพราะแค่เรื่องโควิด ก็ใช้เวลา 1 วันแล้ว

ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆจะวางผู้อภิปรายไว้ 2-3 คนต่อ 1 รัฐมนตรี ขณะที่การอภิปรายร.อ.ธรรมนัส ที่มีข่าวตอนแรกชื่อจะหลุดจากการอภิปรายนั้น ชื่อของร.อ.ธรรมนัสเป็นชื่อแรกๆที่ถูกเสนอ แต่มีผู้คัดค้านว่าจะน้ำหนักเพียงพออภิปรายหรือไม่ ในที่สุดผู้อภิปรายยืนยันว่า มีข้อมูลหนักแน่นเพียงพอ จึงยืนยันที่จะอภิปรายร.อ.ธรรมนัส

เมื่อถามว่า มีข้อมูลที่นำไปสู่การยื่นถอดถอนหรือดำเนินคดีต่อได้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีหลายเรื่อง แค่พูดแย้มไว้ก็มีอย่างน้อย 2-3 เรื่องแล้วที่จะยื่นต่อได้ แม้เสียงในสภามืออาจจะสู้รัฐบาลไม่ได้ แต่หากพี่น้องประชาชนได้ฟังแล้วจะเรียกศรัทธาจากพี่น้องประชาชนได้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวเสริมว่า การอภิปรายครั้งนี้ต่างจากปีที่แล้ว เพราะครั้งก่อนมีความบีบคั้นเรื่องของเวลา แต่ครั้งนี้เรามีเอกภาพ ทำงานกันอย่างรอบคอบ และละเอียด การอภิปรายครั้งนี้จะเข้มข้น สร้างสรรค์ ชัดเจน และอภิปรายไปในทางเดียวกัน

เมื่อถามว่ามีข้อครหาว่าจะมีมวยล้มต้มคนดู นายพิธา กล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ หากท่านสังเกต เมื่อใกล้ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจทีไร มักจะมีปฏิบัติการไอโอขึ้นมาว่าฝ่ายค้านยังไม่พร้อมบ้าง ไม่มีเอกภาพบ้าง ฯลฯ ตนคิดว่า ไอโอเหล่านี้ควรเอาเวลาไปเตรียมข้อมูลในการแก้ต่างของตัวเองดีกว่า พยายามอย่าเป็นรัฐบาลดื้อแพ่ง ไม่ยอมรับความผิด ทั้งนี้ ทั้งส.ส. และตัวผู้อภิปรายจะพยายามประชุมกันให้บ่อยที่สุด รวมถึงวิปฯของแต่ละพรรคด้วย นอกจากนี้ ตราบใดที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคก.ก.จะไม่มีเหตุการณ์มีปัญหาเรื่องเวลาการอภิปรายเหมือนครั้งที่แล้วอีก

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวว่า ยืนยันไม่มีมวยล้มการอภิปราย ในครั้งที่แล้วก็ไม่มีมวยล้ม ฝ่ายค้านทำงานกันเต็มที่ แต่ขอให้ประธานที่ประชุมวางตัวเป็นกลาง อย่าเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สภาวิศวกร’ จับมือกับ ‘SCG’ ลงนาม MOU ยกระดับมาตรฐานให้วิศวกรไทย
บทความถัดไปบทนำ : ต้องผ่อนปรน