หน้าแรก การเมือง สมาคม ‘คราฟต์...

สมาคม ‘คราฟต์เบียร์’ ยื่นข้อเรียกร้อง กทม.ผ่อนผันมาตรการ ลั่น รัฐสั่งปิดเหมารวม ‘โรคหาย แต่คนตาย’

25.01.21 | 16:06 น.

สมาคม ‘คราฟต์เบียร์’ ยื่นข้อเรียกร้อง ต่อ กทม. วอน ผ่อนผันมาตรการ ลั่น รัฐสั่งปิดเหมารวม ‘โรคหาย แต่คนตาย’

ภายหลัง สมาคมคราฟต์เบียร์ ไปยื่นข้อเรียกร้อง ที่สำนักงานศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เมื่อเวลา 10.00 น. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ สมาคมคราฟต์เบียร์ นำโดย นายอาชิระวัสส์ วรรณศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมคราฟต์เบียร์แห่งประเทศไทย เดินเท้าเข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อตัวแทนกรุงเทพมหานคร โดยมีการแลกบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมผ่านจุดคัดกรองโควิด-19 ท่ามกลางมวลชน กลุ่มประชาชนเบียร์ ยืนอ่านแถลงการณ์และข้อเรียกร้องที่ด้านหน้าศาลาว่าการฯ

อ่านข่าว : คราฟท์เบียร์ บุก มท. ร้องปลดล็อก ให้ขาย-ดริงก์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน

นายอาชิระวัสส์กล่าวว่า เรามายื่นเรื่องเพื่อให้กรุงเทพมหานคร พิจารณามาตรการโควิด-19 เราเห็นด้วยกับมาตรการควบคุมโรคระบาด แต่ปัจจุบัน มาตรการที่ออกมาทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถประกอบกิจการได้ ปัจจุบัน สถานบริการมีหลายประเภท ซึ่งเราไม่ได้อยู่ในข่ายนั้น เราเพียงจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร เราใกล้เคียงร้านอาหารที่สุด เพียงแต่เราสต๊อกของเยอะ จึงอยากให้พิจารณาว่าเราเป็นเหมือนร้านอาหาร ครั้งที่แล้วเราไปยื่นเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรม ท่านนายกฯก็ปลดล็อกให้แล้วรอบหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เราจะขอแบบเดิม ให้มองว่าเราเป็นร้านอาหาร

Advertisement

“อีกประการ เนื่องจากมีคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 เรื่องการห้ามขายเครื่องดื่มออนไลน์ เราจึงขอให้ผ่อนผันขายออนไลน์ได้ เพราะปัจจุบันที่นำสินค้าเข้ามา และทยอยนำเข้ามาตลอด ซึ่งหยุดไม่ได้ เพราะมีการระบาดรอบ 2 อีกทั้ง เราได้ควบคุมการจำหน่ายให้กับเยาวชน มีการตรวจสอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข มีข้อกังวล เพียงแต่ขอให้ผ่อนผันมาตรการลง และอยากให้ลูกค้าสามารถนั่งดื่มในร้านได้เหมือนร้านอาหารทั่วไป” นายอาชิระวัสส์กล่าว

จากนั้น ตัวแทนกรุงเทพมหานครกล่าวว่า ในนามตัวแทน กทม. ขอบคุณสมาคมฯที่ให้ความร่วมมือในเรื่องการจำหน่าย ขอเรียนเบื้องต้นว่า ข้อกำหนดเบื้องต้นนี้รัฐบาลเพิ่งออก ซึ่งวันที่ 26 มกราคมนี้ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อกำหนดนี้อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง นายอาชิระวัสส์เข้ายื่นหนังสือ ตัวแทนกลุ่มคราฟต์เบียร์กล่าวระบายถึงความเดือดร้อน ที่ด้านหน้าศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ด้วยว่า อยากให้ภาครัฐเข้าใจมากขึ้น สถานประกอบการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีหลายรูปแบบ พวกเราไม่ใช่เธค ที่มีการเต้น ต่อให้มีดนตรีก็เป็นดนตรีอะคูสติก ซึ่งความจริงร้านเราส่วนใหญ่ไม่ได้ใหญ่กว่าร้านกาแฟ ไม่ได้มีการนั่งอย่างหนาแน่น

ตัวแทนกลุ่มคราฟต์เบียร์กล่าวอีกว่า การที่ภาครัฐไม่เข้าใจความหลากหลายของภาคธุรกิจ โดยเหมารวมแบบนี้ สร้างความเดือดร้อนอย่างเดียวโดยที่ไม่ก่อประโยชน์ ถ้าภาครัฐทำงานตามสถิติ ลองไปดูสถิติผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากคราฟต์เบียร์ก็ได้ มีที่ไหนบ้าง ไม่มี เพราฉะนั้น การออกกฎหมายแบบเหมาร่วมเชนนี้ ควรจะยุติได้แล้ว โดยเฉพาะ กทม.มีคนติดใหม่หลักหน่วยมากี่วันแล้ว แต่รัฐยังครอบเหมาเหมือนเดิม ตอนนี้หลายจังหวัด อย่าง เชียงใหม่ สามารถนั่งกินในร้านได้แล้ว เข้าใจว่าพวกท่านอาจจะกำลังพิจารณา แต่ตอนนี้จะสิ้นเดือนแล้ว ใช่ว่าเจ้าของที่จะใจดีให้กับพวกเรา เขาเก็บเติมเหมือนเดิม ค่าไฟ ค่าน้ำ เก็บเต็ม ลูกจ้างมีลูกที่เรียนออนไลน์ เขาก็เก็บค่าเทอมเต็มเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น วันพุธนี้ ขอความกรุณาอย่างเร่งด่วน ให้คำตอบเรา แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันได้ อย่าคิดว่าเหมารวม ปิดๆ ไปให้หมดแล้วโรคจะหาย โรคหาย แต่คนตายนะครับ

ด้าน “มิก” ตัวแทนจากร้านค็อกเทลบาร์ ย่านเยาวราช กล่าวว่า ปัจุบันไม่ได้ขายค็อกเทล แต่ขายขนมจีบ การที่เราโดนสั่งปิด แล้วให้คราฟต์เบียร์ บาร์ เปลี่ยนมาเป็นครัว จะบอกว่าเราทำไม่ได้ แต่เราก็พยายาม เราไม่อยากเป็นคนท้ายแถว คนชายขอบ อยากให้เข้าใจ อย่าหาว่าเป็นคนชนชั้นที่สอง เรามีความสามารถ เราสามารถเลือกอาชีพที่จะประกอบได้

“ขอฝากว่า จะออกกฎหมายอะไร ช่วยนึกถึงครอบครัวที่จะต้องพึ่งพาเราอยู่ด้วย”