‘ทนายวิญญัติ’ ตอบกลับ 6 ข้อ ‘ม.จ.จุลเจิม’ ปมข้อสงสัยการให้ประกันตัวคดี 112

‘ทนายวิญญัติ’ ตอบกลับ 6 ข้อ ‘ม.จ.จุลเจิม’ ปมข้อสงสัยการให้ประกันตัวคดี 112

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความแสดงความเห็นตอบกลับ ม.จ.จุลเจิม ยุคล กรณีโพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตการให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า

ผมได้อ่านข่าวที่ ”ท่านใหม่” ได้ถามตุลาการ ตั้งคำถามหลายข้อ ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยู่ในสายงานทางกฎหมาย ได้เห็นการกระบวนการยุติธรรมในองค์กรต่างๆ ขอตอบท่านใหม่ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวด้วยความเคารพ ตามนี้ครับ

ข้อหนึ่ง ท่านใหม่ ต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์ที่รัฐธรรมนูญหลายฉบับได้บัญญัติคุ้มครองบุคคลในคดีอาญาไว้ตามมาตรา 29 ว่า

“บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้

ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี ในคดีอาญา จะบังคับให้บุคคลให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองมิได้

คำขอประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณาและจะเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่กรณีมิได้ การไม่ให้ประกันต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ “การที่ผู้พิพากษาหรือตุลาการในศาลยุติธรรม ท่านทำหน้าที่ด้วยความอิสระ ปราศจากการครอบงำ พิจารณาอรรถคดี คำสั่งต่างๆ ด้วยอำนาจดุลพินิจภายใต้รัฐธรรมนูญ การอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหาที่ยังต้องสันนิษฐานว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ย่อมเป็นไปตามสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา จะถือว่าปฏิบัติหน้าที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อในการทำหน้าที่ได้อย่างไร?

ข้อสอง เมื่อผู้พิพากษาท่านใช้ดุลพินิจตามกฎหมายโดยยึดหลักการให้ความคุ้มครองสิทธิของประชาชนเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกคน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะข้อหาหรือฐานความผิดใด การที่จะมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษท่านผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่เช่นนี้ ย่อมเป็นการแจ้งความเท็จเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และเข้าข่ายเป็นการดูหมิ่นศาลด้วย

ข้อสาม การให้ประกันตัวหรือปล่อยชั่วคราวในระหว่างสืบสวนสอบสวน ซึ่งผู้พิพากษาท่านมีหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายตำรวจและอัยการ ถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมาย การใช้ดุลพินิจปล่อยชั่วคราวจึงไม่ใช่เป็นการปล่อยให้ผู้ใดไปกระทำผิดซ้ำ เพราะบางกรณีอาจมีเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว หรือหากไม่มีเงื่อนไขก็มิใช่ว่าท่านผู้พิพากษาจะไปมีส่วนร่วม สนับสนุน ช่วยเหลือ ผู้ใดให้กระทำความผิดตามที่จะตั้งข้อหาแต่อย่างใด

ข้อสี่ การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระมหากษัตริย์เป็นไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ อันเป็นพิธีการตามข้อบัญญัติ แต่มิใช่กรณีปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีโดยไม่รักษาความยุติธรรม และมิได้หมายความว่า ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจมีความเป็นอิสระของตนตามกฎหมายจะต้องกระทำหน้าที่ภายใต้การแอบอ้าง ครอบงำ ดำเนินการใดๆ อันเป็นลดความเป็นอิสระและเป็นกลางของท่านลงได้ มิเช่นนั้นก็ไม่อิสระจริง ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่ท่านดำรงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย

ข้อห้า การที่ท่านหรือบุคคลใดจะใช้ความรู้สึกส่วนตัววัดการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาหรือตุลาการย่อมเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและคุณธรรมในจิตใจ ผู้พิพากษาในอุดมคติที่ผมเข้าใจ คือท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ว่าทางใดๆ แม้จะมีสถานการณ์เกิดขึ้นในบ้านเมือง ก็ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง แม้ผู้พิพากษาแต่ละท่านจะมีสิทธิคิดและมีสิทธิแสดงออก แต่เมื่อท่านทำหน้าที่เป็นตุลาการ เชื่อว่าท่านจะใช้ดุลพินิจอย่างเที่ยงธรรม ปราศจากอคติเจือปนในการใช้อำนาจดุลพินิจ เพราะนั่นอาจเป็นการเสียความยุติธรรม เสื่อมเสียเกียรติยศต่อผู้พิพากษาท่านนั้นเองและต่อสถาบันตุลาการด้วย

ข้อหก ท่านเป็นใครในชีวิตของผู้พิพากษาแต่ละท่าน กว่าจะเรียนจบวิชากฎหมาย สอบเนติบัณฑิตไทย กว่าจะสอบได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา เป็นผู้พิพากษาประจำศาล เป็นผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นเลื่อนลำดับขึ้นไปถึงชั้นผู้ใหญ่นั้น การสอบแข่งขันแต่ละขั้นบันไดเป็นเรื่องที่ท่านรับผิดชอบเฉพาะตัว ทั้งต้องมีความวิริยะ อุตสาหะ อดทน ฝ่าฟันมากมาย กว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ล้วนแต่ใช้ความเป็นมนุษย์ต่อสู้มาด้วยความยากลำบากทั้งสิ้น ท่านบอกว่าถามในฐานะประชาชน ท่านก็ต้องเข้าใจถึงหน้าที่ของพลเมืองที่ดีและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคน รวมถึงท่านผู้พิพากษาด้วยเช่นกัน มีเรื่องใดที่ไม่ถูกใจหรือขัดความรู้สึกตนและจะยัดเยียดข้อหาความผิดทางอาญา หรือจะดูหมิ่นดูแคลนกันอย่างไรก็ได้หรือ ?

วิญญัติ ชาติมนตรี

2 กุมภาพันธ์ 2564 14:27

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แรงงานเมียนมาตกงาน โดนทิ้งข้างทาง ถูกรถตู้หลอก เรียกคนละ 5พัน พาส่งชายแดน
บทความถัดไป‘ทรีนีตี้’ ประเมินหุ้นไทยเดือน ก.พ. ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งเล่นรอบ ให้แนวรับระดับ 1,440 จุด