เอกภาพ ภายในพรรคฝ่ายค้าน กับรอยปริร้าว ภายใน ‘รัฐบาล’
กลยุทธ์รัฐบาล กลยุทธ์พรรคพลังประชารัฐ ในการสู้ศึกญัตติขอเปิด อภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
1 ปล่อยข่าว ‘เสี้ยม’ สร้างความแตกแยกภายในพรรคร่วมฝ่ายค้าน 1 สร้างข่าวข่มขู่คุกคามโดยแอบอิงอยู่กับมาตรา 112
พลันที่ นายชวน หลีกภัย ยืนยันความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของญัตติที่เสนอโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในฐานะหัว หน้าพรรคเพื่อไทย
การสบัดกวัดแกว่งโดยอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาเป็นเครื่องมือในการข่มขู่และคุกคามถึงขั้นจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญและจะฟ้องร้องเป็นคดีความก็หมดความหมาย
ไม่เพียงเพราะ นายชวน หลีกภัย คร่ำหวอดอยู่ในรัฐสภาตั้งแต่ การเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2512 หากยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วถึง 2 ครั้ง
ขณะที่ความพยายามในการปฏิบัติการ IO เพื่อเสี้ยมและสร้าง ความแตกแยกก็กลายเป็นระเบิด ‘ด้าน’
ไม่ว่าจะเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะ เป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเหนียวแน่น
การทำงานระหว่าง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กับ นายชัยธวัช ตุลาธน ในฐานะเลขาธิการเดินหน้าอย่างราบรื่น
การตระเตรียม 45 ขุนพลนักอภิปรายคือรูปธรรมอันเด่นชัดของการผนึกพลัง พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรค ประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย แข็งแกร่ง
ประสานกับบางส่วนจากพรรคเศรษฐกิจใหม่และจากพรรคไทย ศรีวิไลซ์ซึ่งบังเกิดปรากฏการณ์ ‘ตาสว่าง’ ในทางการเมือง ยิ่งทำให้เอกภาพปรากฏออกอย่างงดงาม
สำแดงความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมในการทำงานการเมือง
ทั้ง 45 ขุนพลในที่สุดแล้วล้วนพุ่งปลายหอกเข้าใส่รัฐบาล เข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สภาพการณ์ทางการเมือง ณ เบื้องหน้า ภาพหนึ่ง สังคมสัมผัสได้ใน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ภาพหนึ่ง สังคม รับรู้ในรอยปริร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน
สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมเป็นสถานการณ์อันงดงามยิ่งในการเบิกมิติใหม่ในทางการเมืองเพื่อนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ

