‘ทนายอานนท์’ ลั่นปี 64 ชี้ชะตา ‘ราษฎร’ มีโจทย์ต้องแก้ แพ้คือราบคาบ ชนะคือเต็มใบ

‘ทนายอานนท์’ ลั่นปี 64 ชี้ชะตา ‘ราษฎร’ มีโจทย์ต้องแก้ แพ้คือราบคาบ ชนะคือเต็มใบ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร ในปี 2564 โดยระบุว่า

ภารกิจของฝ่ายขวาคือ ราษฎรต้องทำลาย และ ขยายอนุรักษนิยม

1. ราษฎรต้องทำลาย :

เราได้กระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อปีที่แล้วว่าขบวนเราเติบโตและแหลมคมมากๆ มากจนฝ่ายขวาไม่สามารถปราบปรามได้ แต่นั่นเพราะเขายังตั้งตัวไม่ติดต่างหาก พวกเขาไม่คิดว่าจะมีคลื่นใต้น้ำที่มากมายและรุนแรงขนาดนี้ พวกเขาประมาทเพราะพวกเขาเชื่อว่าพวกเขามีเครื่องมืออย่างเพรียกพร้อม ไม่น่าจะมีใครกลัาลุกขึ้นต่อกร ปีที่แล้วพวกเราทำให้เขาตระหนกและแตกตื่นในคลื่นของราษฎรและข้อเสนอที่ทิ่มแทงพวกเขา

ทว่าตอนนี้พวกเขาผ่านมันมาได้แล้ว และตั้งตัวได้แล้ว ตอนนี้เขามีการแบ่งสายที่ทำลายพวกเราอย่างชัดเจนทั้งในโลกโซเชียลที่เต็มไปด้วยไอโอ รวมทั้งสื่อจำนวนหนึ่งซึ่งพร้อมจะเป็นมือเป็นตีนในการจัดการพวกเรา ส่วนในโลกจริงพวกเขามีเจ้าหน้าที่รัฐที่พร้อมจะยัดคดีและกระทำความรุนแรงกับพวกเรา มาตรการหนึ่งซึ่งซึ่งชัดเจนมากคือ การยั่วยุให้พวกเราด้วยความรุนแรงเพื่อหวังให้พวกเราใช้ความรุนแรงกลับ รวมทั้งการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทำร้ายพวกเรา ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เริ่มมีการจัดตั้งมวลชนเพื่อมาก่อกวนและทำร้ายร่างกายพวกเราแล้ว

ปีนี้จึงเป็นปีที่หนักหน่วงของราษฎร ถ้าต้านทานไหวและยืนหยัดได้ เราจึงมีโอกาสชนะ ถ้าเพลี่ยงพล้ำก็หมายถึงการเสียเสรีภาพหรือมากกว่านั้นก็คือ “ความตาย”

2.ขยายอนุรักษนิยม :

ปีนี้พวกเขาตั้งตัวได้แล้วและแบ่งหน้าที่กันแล้ว ปรากฏการณ์แรกที่พวกเขาทำคือการทำลายราษฎรและป้ายสีให้พวกเราเป็นพวกคนพาล ไร้เหตุผล ชอบใช้ความรุนแรง ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ ไร้กาลเทศะ ไม่สำนึกบุญคุณแผ่นดิน ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งก็เพื่อขยายแนวร่วม ดึงเอาคนกลางๆ ซึ่งยังไม่มีข้อมูลเพียงพอรับสื่อจากรัฐให้เห็นด้วยและคล้อยตามกับพวกเขาด้วยเครื่องมือที่พวกเขามีทั้งหมด เช่น การแทรกซึมปั่นสมองไปในระบบการศึกษาและระบบราชการ การสร้างข้อมูลชวนเชื่อปล่อยไปในโซเชียล รวมทั้งการให้ชนชั้นนำเดินสายหาเสียงสนับสนุนใส่ร้ายกลุ่มราษฎร

สื่อ คืออีกเครื่องมือในการขยายแนวร่วมของพวกเขา นอกจากการทำลายสื่อที่เป็นกลางแล้วเขายังเพิ่มสื่อที่ป้อนข้อมูลด้านเดียวเพื่อปั่นกระแสคลั่งชาติ และใส่ร้ายป้ายสีขบวนราษฎร การสร้างมวลชนอาสาคืออีกงานหนึ่งซึ่งอันตรายมาก พวกเขามีการทำงานขยายจำนวนอย่างเป็นระบบและเพิ่มจำนวนอย่างน่ากลัว

การต่อสู้ครั้งนี้แม้มีคนบอกว่ายังไงฝ่ายประชาธิปไตยชนะแน่ แต่ต้องบอกว่าไม่ง่าย เพราะพวกเขาไม่มีทางประนีประนอม แพ้คือราบคาบ ชนะคือเต็มใบ

ด้วยยุทธศาสตร์ทั้งสองของพวกเขา ขบวนเราซึ่งมีความหลากหลายมากๆ จึงมีโจทย์ที่ต้องแก้ร่วมกัน รุกรับต้องประสาน ผ่อนหนักผ่อนเบา รู้เข้าตีรู้ล่าถอย ซุ่มซ่อนรอจังหวะ

ปีนี้อาจเป็นปีสุกดิบกระทั่งอาจเป็นปีชี้ชะตาของเขาและเรา เชื่อมั่นและศรัทธา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สัณหพจน์’ ชี้เลือกตั้งซ่อม นครศรีฯ ให้ ปชช.ตัดสินใจ ต้องไม่มี’ตีตราจอง’
บทความถัดไป‘อนุทิน’ ปาฐกถา ‘พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิดฯ’ ย้ำ มิ.ย.เดินหน้าฉีดวัคซีนเดือนละ 5 ล้านโดส