‘ก้าวไกล’ เตรียมฟ้องกลับ ‘วรงค์’ ฐานหมิ่นประมาท ย้ำ การเสนอแก้ไข ม.112 ไม่ใช่ปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. พรรคก้าวไกลเตรียมฟ้องกลับฐานหมิ่นประมาท วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โดย นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นจากกรณีที่นายเเพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี เตรียมล่ารายชื่อประชาชนคัดค้านแก้กฎหมายมาตรา 112 ซึ่งเป็นญัตติที่พรรคก้าวไกลเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยให้เหตุผลว่า การแก้ไขดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เเละเป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
“สิ่งที่เราตั้งข้อสงสัยต่อการกระทำของนายเเพทย์วรงค์ มาจากการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มากล่าว อ้างเพื่อเป็นครื่องมือให้ตัวเองกลับเข้าสู่เส้นทางการเมืองใช่หรือไม่ หากนายเเพทย์วรงค์มีเจตนาดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จริงต้องไม่นำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องกำบังเพื่อให้ตัวเองเข้าสู่เส้นทางการเมือง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีผลดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เลยแม้เเต่น้อย หากยังเดินหน้ากระทำการเช่นนี้ต่อไป ประชาชนจะเข้าใจผิดว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้อยู่กับประชาธิปไตย ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย พรรคก้าวไกลเเละผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรายึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราพูดเรื่องนี้ในหลายครั้งในการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จุดยืนของพรรคเราไม่มีความคิดที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์เลยสักนิดเดียว การที่นายแพทย์วรงค์ใส่ร้ายเเละแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 ต่อพี่น้องประชาชน และพาดพิงต่อพรรคก้าวไกลว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองเเละล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เรื่องที่เป็นการกล่าวข้อมูลเท็จและเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้เสียชื่อเสียง ทำให้พี่น้องประชาชนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อพรรคก้าวไกล โดยทางพรรคก้าวไกลจึงเห็นด้วยที่จะฟ้องนายเเพทย์วรงค์ ในมาตรา 326 เกี่ยวกับการหมิ่นประมาท”
นายปดิพัทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่รับแจ้งความจากนายเเพทย์วรงค์ ทั้งที่รู้ว่าเป็นข้อมูลเท็จ พรรคก้าวไกลก็จะพิจารณาเช่นกันว่าจะดำเนินคดีอย่างไรต่อ ในคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบต่อพรรคการเมืองเเละประชาชน อาจเป็นการเอาผิดตามมาตรา 200 หรือ 157 ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินคดีต่อพี่น้องประชาชนในเหตุที่เกินควรได้”

