หน้าแรก การเมือง วุฒิสภารับหลั...

วุฒิสภารับหลักการ ร่างพ.ร.บ.ปลดล็อกกระท่อม ‘รมว.ยุติธรรม’ ยันร่างกม.ควบคุม

8.02.21 | 17:40 น.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาวาระแรก ของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…. เพื่อยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่พิจารณาต่อจากที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า เมื่อยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษแล้ว จะยังไม่สามารถปลูกหรือใช้ได้อย่างเสรี เพราะต้องมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ในกฎหมาย คือ ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม ที่ขณะนี้อยู่ระหว่าการเร่งพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยสาระสำคัญทั้ง 67 มาตรานั้น คือการกำหนดหลักเกณฑ์การปลูก, การขอใบอนุญาติ และการคุ้มครอง ทั้งนี้หากวุฒิสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เพื่อยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดได้ทันสมัยประชุมปัจจุบันจะเป็นพระคุณอย่างสูง

จากนั้นเป็นการพิจารณาของวุฒิสภา โดยนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. ฐานะประะธานกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา ชี้แจงผลการศึกษา ว่า มีข้อกังวลต่อเนื้อหา การนำพืชกระท่อมควบคู่กับวัตถุที่ใช้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทอื่นๆ และการใช้ของเยาวชนกับ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ไม่ระบุให้เป็นยาเสพติด ทั้งนี้กังวลต่อการใช้พืชกระท่อมแบบเสรี โดยเฉพาะเยาวชนที่จะส่งผลกระทบต่อสมองและพัฒนาการ ดังนั้นควรเร่งรัดกฎหมายที่กำกับ และควบคุมการใช้พืชกระท่อมอย่างเสรี ส่วนการยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดที่จะมีผลภายใน 90 วัน ถือเป็นเวลาที่น้อยต่อการดำเนินการตรากฎหมายเพื่อกำกับและควบคุมการใช้พืชกระท่อม

ขณะที่ นายณรงค์ รัตนานุกูล ส.ว. ฐานะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และตำรวจ วุฒิสภา ชี่แจงผลการศึกษา ว่า การยกเลิกพืชกระท่อมจากบัญชียาเสพติดมีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะไม่เคยปรากฎว่าการเสพกระท่อมทำให้ถึงแก่ความตายหรือไปกระทำให้ผู้อื่นถึงแต่ความตาย อย่างไรก็ตามเมื่อเสพเป็นเวลานานจะมีผลกระทบต่อร่างกาย เช่น ซึมเศร้า ดังนั้นควรมีกฎหมายเพื่อควบคุม ไม่ให้นำพืชกระท่อมไปผสมกับสารอื่น เช่น สี่คูณร้อย เป็นต้น ทั้งนี้การออกกฎหมายเพื่อควบคุมอาจออกไม่ทันต่อการยกเลิกพืชกระท่อมจากบัญชียาเสพติดอาจทำให้เกิดสูญญากาศ และพบการใช้อย่างเสรี เกิดความเสียหาย แต่ปัจจุบันพบว่าอาจใช้กฎหมายฉบับอื่นเพื่อควบคุมการใช้กระท่อมอย่างเสรีได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการอภิปรายของวุฒิสภานั้นเป็นไปในทิศทางที่สนับสนุนต่อการปลดล็อคพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด แต่กังวลต่อการบังคับใช้ที่ควรควบคุมให้ไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้อย่างเสรีที่ทำให้เยาวชนนำไปผสมกับสารวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่าร่างกฎหมายที่กำกับการใช้พืชกระท่อมนั้น กฤษฎีกาจะเร่งรัดพิจารณา ก่อนที่ประชุมจะลงมติรับหลักการของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ด้วยเสียง 179 เสียง ต่อ 2 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง จากนั้นได้ตั้งกรรมาธิการ 21 คนและแปรญัตติภายใน 7 วัน.