หน้าแรก การเมือง 102 องค์กร ปร...

102 องค์กร ประณามกระบวนการ ‘รัฐราชการ’ ไร้ซึ่งสำนึก ปชต. เมินร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ ฉบับ ปชช.

8.02.21 | 18:22 น.

102 องค์กร แถลงการณ์ประณาม กระบวนการ ‘รัฐราชการ’ ไร้ซึ่งสำนึก ปชต. เมินร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ ฉบับ ปชช.

สืบเนื่องจาก เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ นัดรวมตัวหน้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมินร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่ประชาชน 13,246 คน ร่วมกันเข้าชื่อ

จากนั้น เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการกว่า 50 คน นำโดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เรื่อง ขอให้ทบทวนการพิจารณารับรองร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บำนาญแห่งชาติ พ.ศ. … ที่เสนอโดยภาคประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสาธารณะถึงเหตุผลที่ไม่เห็นชอบต่อร่างกฎหมายของประชาชน และ 2.ทบทวนและพิจารณาให้การรับรอง พ.ร.บ.บํานาญแห่งชาติ พ.ศ. … ที่เสนอโดยภาคประชาชนใหม่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนทั้ง 13,246 รายชื่อ

อ่านข่าว : เครือข่าย ปชช.เพื่อรัฐสวัสดิการ​ บุกทำเนียบพรุ่งนี้ หลังนายกฯเมินร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ ที่ร่วมกันเข้าชื่อ
‘เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ’  จี้ ‘บิ๊กตู่’ ชี้แจง ปมไม่รับร่างกฎหมายบำนาญของ ปชช.

Advertisement

ต่อมา 102 องค์กรและประชาชน ร่วมกันออก แถลงการณ์ คัดค้านและประณามการปฏิเสธร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติฉบับประชาชน โดยระบุว่า นับตั้งแต่ประชาชน 13,246 รายชื่อยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ พ.ศ. …. ต่อประธานรัฐสภา ตั้งแต่ 6 พฤศจิกายน 2562 แล้วประธานรัฐสภาวินิจฉัยว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จึงส่งร่างฯฉบับนี้ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อให้การรับรอง จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 15 เดือนแล้ว

กระทั่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 นายกรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างเป็นทางการว่า ไม่รับรองร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ ฉบับประชาชนให้เข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภา

เป็นเวลากว่า 10 ปีที่รัฐจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่เน้นการสงเคราะห์ด้วยอัตราเบี้ยที่ไม่เพียงพอต่อการยังชีพในขณะที่ประเทศก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแต่รัฐกลับละเลยที่จะสร้างสวัสดิภาพให้กับประชาชน ด้วยการมีหลักประกันทางรายได้ที่เพียงพอและเท่าเทียม

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้การรับรองร่างกฎหมายบำนาญแห่งชาติฉบับประชาชนครั้งนี้ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเสนอกฎหมายของประชาชนเป็นเพียงข้ออ้างให้รัฐสร้างความชอบธรรมที่จะเมินเฉยต่อกระบวนการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าประชาชนจะใช้สิทธิภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ แต่ไม่อาจฝ่าฟันซึ่งอำนาจของบุคคลเพียงคนเดียวได้

เพราะการไม่รับรองกฎหมายของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของบุคคลเพียงคนเดียวต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกว่า 70 ล้านคน ซึ่งถือได้ว่าไม่ชอบธรรม แม้อ้างเหตุผลว่าตัดสินใจบนฐานความเห็นจากหน่วยงานราชการทั้ง 7 หน่วยงาน แต่ไร้ซึ่งเสียงของประชาชน ผู้มีส่วนได้เสียกับร่างกฎหมายฉบับนี้

หากนายกรัฐมนตรีเคารพในหลักการตามครรลองของประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแล้ว ควรเสนอกฎหมายที่ประชาชนร่วมกันลงมือร่างเข้าสู่การพิจารณาของสภา อันสะท้อนถึงตัวแทนของประชาชนที่ได้เลือกสรรมา มากกว่าการมีบัญชาไม่รับรองร่างกฎหมาย


พวกเรา ประชาชนทั้งหลาย ที่ร่วมกันลงลายมือชื่อทั้ง 13,246 รายชื่อนี้ ขอประณามกระบวนการของรัฐราชการที่ไร้ซึ่งสำนึกของความเป็นประชาธิปไตยในการปัดตกกฎหมายที่ประชาชนใช้สิทธิทางประชาธิปไตยเสนอกฎหมายบำนาญแห่งชาติซึ่งการปฏิเสธที่จะพิจารณากฎหมายของประชาชนโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้งข้าราชการและหน่วยงานที่ให้ความเห็น คือการใช้อำนาจที่เป็นของประชาชนมาลิดรอนสิทธิของประชาชน

ถือเป็นความอัปยศอย่างรุนแรงที่นักการเมืองและข้าราชการกระทำต่อประชาชน เพราะได้ทำลายกระบวนการประชาธิปไตยที่ชอบธรรมออกไปจากสังคมไทยแล้ว

เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ เครือข่ายองค์กร และประชาชนตามรายชื่อด้านล่าง (102 องค์กร) ขอประณามและคัดค้านต่อการบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งหน่วยงานราชการทั้ง 7 องค์กรที่ไม่เห็นด้วยและปัดตกร่างกฎหมายของประชาชนครั้งนี้

เราขอยืนยันว่า การเสนอกฎหมายโดยประชาชนเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวไม่ควรใช้สิทธิเหนือกว่ามาตัดสินข้อเสนอของประชาชน แต่ต้องสร้างความชอบธรรมด้วยการเสนอความเห็นและนำกฎหมายของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาที่ได้ชื่อว่ามาจากประชาชน

การปัดตกกฎหมายย่อมถือได้ว่าเป็นการปฏิเสธความเห็นของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ

สุดท้ายนี้ เราขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศจับตามอง และส่งเสียงถึงนายกรัฐมนตรีให้นำร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติฉบับประชาชนกลับมาพิจารณาใหม่โดยเร็ว