‘ประชาชาติ-ภูมิใจไทย’ ค้านส่งญัตติเรื่องการแก้ไขรธน. ไปศาลรธน. ‘สิริพงศ์’ บอก ถ้าไม่ถอนก็ต้องขอโหวตค้าน ด้าน ‘เสรี’ แย้ง ส่งศาลรธน.มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย
จากนั้นเวลา 12.10 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.) อภิปรายว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ 1.รัฐสภามีอำนาจสูงสุดในการออกกฎหมาย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ 2.การแสดงความเห็น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชน เมื่อรัฐธรรมนูญไม่เขียนห้ามไว้ เราก็ไม่ควรยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว 3.ในข้อกฎหมายระบุชัดว่า หากมีปัญหาจึงส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่วันนี้ปัญหายังไม่มีเลยจึงไม่เป็นเหตุให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ต่อมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า วันนี้เราเดินทางมาใกล้มาก ไปไหนไม่ได้แล้วนอกจากเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นวันนี้คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้สามารถแก้ไขได้เสร็จในสภาชุดนี้ เพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้ อะไรที่จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญล่าช้า ต้องขอเรียนว่าพรรคภท.ไม่มีแนวทางเช่นนั้น แม้วันนี้การแก้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้แก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยตรง แต่การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเป็นการเดินหน้าแก้ปัญหาที่ประชาชนสนใจ นั่นคือที่มาของอำนาจ ที่มาของผู้มีอำนาจที่จะมาบริหารบ้านเมืองนี้ ตนจึงขอให้ผู้ที่เสนอญัตติถอนญัตติดังกล่าว ซึ่งหากท่านไม่สามารถถอนได้ด้วยเหตุผลเรื่องความรอบคอบของท่าน ตนในฐานะส.ส.พรรคภท. ต้องขอโหวตคัดค้านญัตติของท่าน
ด้าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐรรมนูญเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เกิดขึ้น แต่แก้โดยไม่รู้เนื้อหาจะแก้ได้หรือไม่ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นสิ่งที่เราจะตัดสินใจกันเองไม่ได้ เพราะการวินิจฉัยต้องอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหาอยู่ที่ว่าจะส่งไปช่วงสุดท้ายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือหากส่งตอนนี้ ก็ไม่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า กระบวนการก็เดินไปตามครรลองอยู่แล้ว เพราะศาลวินิจฉัยแล้วไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การแก้ไขก็เดินหน้าอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ หาขัดรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่ต้องไปเสียเงินทำประชามติ แต่หากกระบวนการเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการวินิจฉัยจะทำให้เสียเงินนับพันล้านบาท เพราะต้องทำประชามติถึง 3 ครั้ง ดังนั้นการส่งให้ศาลรัฐรรมนูญตั้งแต่แรก จึงเป็นเรื่องสำคัญสามารถส่งไปได้โดยไม่กระทบอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา และการส่งให้ศาลก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าส่งศาลแล้วเป็นการสกัดหรือทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป แสดงว่าเราคิดและห่วงไปเอง
“การแก้ไขรัฐธรรมนูญผมไม่ได้ปฏิเสธเรื่องส.ส.ร.แต่ด้วยความไม่ชัดเจน ถ้าเราทำให้ชัดเจน ข้อเรียกร้องในปัจจุบัน ข้อเสนอต่างๆที่เกิดขึ้นในการเมืองปัจุบันเป็นปัญหาทางการเมือที่ต้องชัดเจน ดังนั้นความขัดแย้งในบ้านเมือง ก็ต้องสร้างความชัดเจนส่งให้ศาลรัฐลรรมนูญวินิจฉัย จึงเห็นว่าญัตตินี้ได้ประโยชย์มากว่าเสียประโยชน์ มีข้อดีมากว่าข้อเสีย” นายเสรี กล่าว

