หน้าแรก การเมือง พปชร.-ผนึกส.ว...

พปชร.-ผนึกส.ว.โหวตฉลุย 366 ต่อ 316 ส่งตีความแก้ไขรธน. เพื่อไทย-ก้าวไกลจวกรัฐบาลเล่นเกมยื้อ

10.02.21 | 08:40 น.

พปชร.-ผนึกส.ว.โหวตฉลุย 366 ต่อ 316 ส่งตีความแก้ไขรัฐธรรมนูญ รุมค้าน-หวั่นม็อบลงถนนอีก เพื่อไทย-ก้าวไกลจวกรัฐบาลเล่นเกมยื้อแก้ไขรธน. ม็อบราษฎรนัดใหญ่วันนี้ 5 โมงเย็น สกายวอล์กเอ็บบีเค เซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญกลับมาเป็นประเด็น และถูกจับตาอีกครั้งว่าจะทำให้เกิดกระแสการคัดค้านจนขยายวงไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลหรือไม่ เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวาระให้รัฐสภามีมติ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210(2) ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นผู้เสนอ นายไพบูลย์ อภิปรายเสนอเหตุผลว่า การยื่นญัตติครั้งนี้ ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด พบประเด็นข้อกฎหมายว่ารัฐสภาจะมีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ เพราะตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 256 ไม่ได้บัญญัติให้รัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แต่ให้รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราเท่านั้น จึงเห็นว่าหากไม่ดำเนินการให้ชัดเจน เป็นห่วงว่าจะมีส.ว.อาจจะไม่กล้าที่จะให้ความเห็นชอบ การที่ยื่นญัตติฉบับนี้ก็เพื่อทำความชัดเจน ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ


รุมค้าน-หวั่นม็อบลงถนนอีก
จากนั้นสมาชิกรัฐสภา อภิปรายแสดงความเห็น โดย ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลอาทิ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) รวมทั้ง ส.ส.พรรค พปชร. บางส่วน และ ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายไม่เห็นด้วย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า นี่คือการหาหนทางตัดทอนอำนาจของรัฐสภาและประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นความพยายามที่จะแช่แข็งประเทศไทยด้วยการทำให้รัฐธรรมนูญของคสช.เป็นรัฐธรรมนูญฉบับนิรันดร หมายความว่าประเทศไทยจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ด้วยการรัฐประหารเท่านั้นใช่หรือไม่

ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. อภิปรายว่า ไม่ค่อยสบายใจกับญัตติดังกล่าว มองไม่เห็นว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างไร ขอให้คำนึงความรู้สึกของประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญมาโดยประชาชนเพื่อประชาชน
ต่อมานายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ความสมานฉันท์และความปรองดองก็จะเกิดขึ้นในบ้านเมือง วันนี้คนมีความหวังกันมากว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้การจัดทำร่วมกันของตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง หากความหวังนี้ต้องล่มสลายไป ความไม่เป็นมงคลย่อมเกิดขึ้นกับระบบการเมืองไทย

Advertisement

จากนั้นนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. อภิปรายว่า การอ้างรอบคอบเกินงามจะตีความว่ามีความแอบแฝง เดิมพันด้วยปัญหาของสังคมและบ้านเมือง เสี่ยงเกิดความไม่เข้าใจกันของคนในสังคม เมื่อกระบวนการที่รอคอยมันล้มใครจะรับประกันได้ว่ามันจะไม่ใช่กระบวนการกลางถนน

มติ366เสียงส่งศาลชี้แก้รธน.
ต่อมานายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายสรุปว่า อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีความรอบครอบ เพราะเมื่อมีข้อกังขาเรื่องข้อกฎหมายที่ต่างกัน และประชาชนส่วนหนึ่งลงชื่อคัดค้านเราจึงเห็นควรส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามหน้าที่ของ ส.ว.ไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงแต่อย่างใด การยื่นศาลรัธรรมนูญเพื่อความชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจหรือไม่

จากนั้นที่ประชุมรัฐสภาลงมติเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ 366 เสียง ไม่เห็นด้วย 316 เสียง งดออกเสียง 15 เสียง ทั้งนายพรเพชรแจ้งว่า ที่ประชุมี
00มติเห็นชอบให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการลงมติเห็นชอบพบว่ามาจาก พรรค พปชร.และพรรคเล็ก ประกอบด้วย พรรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคพลังไทยรักไทย พรรคไทยรักธรรม พรรคประชาธรรมไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ รวมถึงส.ว.ลงมติเห็นชอบญัตติดังกล่าว ทั้งนี้ มีส.ว.งดออกเสียง 7 คน อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายอำพล จินดาวัฒนะ นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล

ขณะที่การลงมติไม่เห็นด้วยประกอบไปด้วย พรรคฝ่ายค้านทุกพรรค รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรค ปชป. พรรคภท. พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ยกเว้นนายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชป.เป็นหนึ่งเดียวที่โหวตสวนมติพรรค โดยโหวตลงมติเห็นด้วย ขณะที่ ส.ส.พรรค ชพน.4 คน งดออกเสียง ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่ มีผู้ลงมติเห็นด้วย 1 คน ได้แก่ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรค ที่เหลืองดออกเสียง 4 คน และไม่เห็นด้วย 1 คน คือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ส.ที่มักจะโหวตสวนมติของพรรค พท. ได้แก่ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. และน.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี รวมถึงนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคปช.ไม่ได้ร่วมลงมติ

พท.-ก.ก.จวกรบ.ยื้อแก้รธน.
ต่อมานายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรค พท. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ก.ก. และ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันแถลงข่าว

นายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งพรรค ภท. พรรค ปชป.และพรรคอื่นๆ พยายามทำเต็มที่ไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว สิ่งที่กระทำบ่งให้เห็นชัดว่ามีการที่จะยื้อให้ยาวออกไปหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายประเสริฐกล่าวว่า รัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคฝ่ายค้านและประชาชนผิดหวังอย่างมากกับเหตุการณ์นี้ แต่จะสู้ต่อไปและไม่ยอมแพ้ และจะรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ม็อบชุมนุมใหญ่วันนี้5โมงเย็น
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้เวลา 17.00น.กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมที่สกายวอล์ก ด้านหน้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ โดยให้ผู้ร่วมชุมนุมเตรียมหม้อมาเพื่อทำกิจกรรมเคาะหม้อ หลังจากแกนนำ 4 แกนนำ คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ในคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 รวมทั้งกรณีการชุมนุมที่สนามหลวง

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวถึงกรณีกลุ่มราษฎรนัดชุมนุมวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ว่า บช.น.จัดกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน 3 กองร้อย บก.น.5 อีก 2 กองร้อย และบก.น.6 อีก 2 กองร้อย รวม 1,085 นาย

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวถึงกลุ่มราษฎรนัดชุมนุมวันที่ 10 กุมภาพันธ์ว่า ต้องดูว่าหาก 4 แกนนำ คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว อาจมีการระดมคนมาจำนวนมาก เนื่องจากทั้งหมดเป็นแกนนำหลัก ซึ่งประมาทไม่ได้เรื่องการเตรียมความพร้อม