เหมือนกับกรณีของ นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ และกรณีของ 17 ผู้ต้อง หาแห่งแนวร่วมปฎิวัติประชาธิปไตย(นปป.)
จะเป็นคนละเรื่อง จะเป็นคนละกรณี
แต่ทั้ง นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ และ 17 ผู้ต้องหาแห่งนปป.ล้วนถูกจับในวันเดียวกัน
นั่นก็คือ วันที่ 13 สิงหาคม
เป็นการถูกจับภายหลังกัมปนาทแห่งระเบิดระหว่างวันที่ 11-12 สิงหาคม
ภูเก็ต ตรัง พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี
และที่แปลก แปร่ง เป็นอย่างมากคือ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
17 จุด 7 จังหวัด
กัมปนาทแห่งระเบิดนั่นแหละที่ทำให้ นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ และ 17 ผู้ต้องหาแห่งนปช. ถูกจับ
จึงเป็น “คนละเรื่อง” แต่ “อย่างเดียวกัน”
กล่าวได้ว่าเสียงระเบิดนั้นเองทำให้เกิดการจับกุมและคุมตัว นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ และ 17 คน
พร้อมกันในวันที่ 13 สิงหาคม
โดยข้ออ้างของตำรวจ นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ ถูกจับเพราะภาพในกล้องวงจรปิดชี้เบาะแสว่า น่าจะเป็นคนวางระเบิดที่ห้างโลตัส นครศรีธรรมราช
ตรวจสอบทางลึกพบ 2 ข้อมูลสำคัญ
1 ข้อมูลว่าเป็นพนักงานบริษัทอันทำงานให้กับ”เชฟรอน” และ 1 เป็นชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
2 ข้อมูลนี้ “เย้ายวน”ใจอย่าง”ยิ่งยวด”ทางการเมือง
สามารถ “ลากโยง” ได้ยืดยาว รวมถึงรากฐานอันเด่นชัดของ 17 คนแห่ง”นปป.”
อาจสามารถ”ยุติ”กรณี”ระเบิด”ได้
แต่จุดอ่อน เป็นอย่างมากอยู่ตรงที่ความไม่แจ่มชัดในกรณีของ นาย ศักรินทร์ คฤหัสถ์
เป็นความไม่แจ่มชัดใน “หลักฐาน”
จากการตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดโดยหน่วยรักษาความปลอดภัย ห้างโลตัส
ยืนยันเป็นบุคคลต้องสงสัย 2 คน
แต่ใน 2 คนนั้นแน่ชัดอย่างยิ่งว่า ไม่ใช่ นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ แน่นอน
การจับกุม นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ จีงเป็น “ปัญหา”
เป็นปัญหาอันสร้างความหงุดหงิดให้กับ “ทหาร” เป็นปัญหาอันสร้างความหงุดหงิดให้กับ “ตำรวจ” จาก “ส่วนกลาง”
พิมพ์เขียวอันตระเตรียมไว้กับ 17 ผู้ต้องหาแห่ง”นปป.”จึงรวนเรไปด้วย
กลายเป็นเพียง “อั้งยี่” และชุมนุมเกิน”5 คน”
มิอาจเป็นเรื่อง”วางระเบิด” หรือ”วางเพลิง”

