หน้าแรก การเมือง โรครุมทั้ง “เ...

โรครุมทั้ง “เกาต์-เบาหวาน-ต่อมลูกหมาก” 13 นปป.

21.08.16 | 10:35 น.

13นปป.เข้าเรือนจำกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวกรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯควบคุมตัวกลุ่มผู้เคลื่อนไหว พรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย หรือ นปป. ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ว่าด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป และความผิดฐานกระทำการอันเข้าข่ายอั้งยี่ ตามคำสั่งศาลทหารกรุงเทพว่า นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รายงานว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาไว้ 13 ราย คือ 1.ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ อายุ 71 ปี ชาว จ.พัทลุง 2.นายวีระชัฏฐ์
จันทร์สะอาด อายุ 62 ปี ชาว จ.นนทบุรี 3.นายประพาส โรจนพิทักษ์ อายุ 67 ปี ชาว จ.ตรัง 4.นายปราโมทย์ สังหาญ อายุ 63 ปี ชาว จ.สตูล 5.นายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อายุ 49 ปี ชาว กทม. 6.นายศิริฐาโรจน์ จินดา อายุ 56 ปี ชาว จ.หนองคาย 7.นายชินวร ทิพย์นวล อายุ 71 ปี ชาว จ.เชียงราย 8.นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ อายุ 60 ปี ชาว จ.อ่างทอง 9.นายศรวัชษ์ กุระจินดา อายุ 60 ปี ชาว จ.มหาสารคาม 10.นายเหนือไพร เซ็นกลาง อายุ 41 ปี 11.นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช 12.นายบุญภพ เวียงสมุทร อายุ 61 ปี ชาว จ.เชียงราย และ 13.นายวิโรจน์ ยอดเจริญ อายุ 67 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช

โรครุมทั้ง “เกาต์-เบาหวาน”

นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ทั้งหมดถูกคุมตัวอยู่ในแดนแรกรับของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทางเรือนจำได้ทำประวัติ ตรวจร่างกายตามขั้นตอน พบว่าส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวของผู้สูงอายุ เช่น โรคเกาต์ เบาหวาน ต่อมลูกหมากโต ทั้งนี้ เรือนจำได้อนุญาตให้ใช้ยาประจำตัวรักษา ส่วนผู้ต้องขังหญิงถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

นายอายุตม์ กล่าวว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯรับตัวผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม จำนวน 13 ราย โดยเรือนจำได้ตรวจร่างกายพบมีโรคประจำตัว เนื่องจากเป็นผู้สูงวัย ทั้งนี้ เรือนจำได้ดูแลรักษาตามขั้นตอน สำหรับการเยี่ยมญาติสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมได้ตามวันเวลาปกติเหมือนผู้ต้องขังรายอื่น จะหยุดให้บริการเยี่ยมญาติเพียงแค่วันอาทิตย์

Advertisement

”บิ๊กจิน”ขอให้ประชาชนมั่นใจ

ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจับกุมผู้ต้องหาในนาม นปป.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลโดยตรง และรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบสถานการณ์ ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานถึงขั้นที่มีการถามว่าเป็นการจับผิดตัวหรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าบุคคลที่ถูกจับนั้นเป็นคนละเรื่องกับเหตุระเบิดในภาคใต้ ส่วนกรณีการจับบุคคลผิดตัวและปล่อยในภายหลัง อาทิ นายศักรินทร์ คฤหัสถ์ จากกรณีการเผาห้างโลตัสใน จ.นครศรีธรรมราชนั้น รัฐบาลและ คสช.ให้ความเป็นธรรมและโอกาสที่ทุกคนจะได้รับสิทธิเรื่องความเท่าเทียมกัน จึงขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญในเรื่องนี้

จตุพรโวยตั้งข้อหาอั้งยี่ปชช.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า การควบคุมตัวผู้ต้องหา 15 คน แล้วสร้างข้อหากระทำผิดและมีหมายจับจากศาลทหาร เป็นการทำเรื่องใส่ร้ายกันแบบง่ายๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐทำกับประชาชนในประเทศนี้ ในบันทึกการจับกุมอ้างถึงหน่วยข่าว คสช.สืบทราบว่ามีแนวร่วมคนเสื้อแดงร่วมเคลื่อนไหวชุมนุม เพื่อตั้งพรรคการเมืองที่เรียกกันเองว่าพรรค นปป. โดยร่วมมือกับมวลชนที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาล จึงถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เป็นอั้งยี่ สิ่งสำคัญคือการควบคุมตัวบุคคลผู้อาวุโสอายุเกิน 60 ปีนั้น มักโยงไปเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิดและวางเพลิงภาคใต้ทั้ง 17 จุด ใน 7 จังหวัด

“เมื่อหาหลักฐานไม่ได้ก็ตั้งข้อหาตั้งพรรค หากพวกเขาจะตั้งแล้วย่อมเป็นสิทธิ เพราะนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ยังประกาศตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปได้เลย บันทึกการจับกุมนั้นระบุพฤติการณ์ว่า ร่วมมือกับคนเสื้อแดงตั้งพรรคแนวร่วมปฏิวัติเพื่อประชาธิปไตย ไม่เคยได้ยินชื่อพรรคแนวร่วมปฏิวัติเพื่อประชาธิปไตยมาก่อน แต่พยายามโยงมาถึง นปช.ให้ได้ ผมไม่เคยได้ยินว่าใครขัดแย้งกับ นปช.แล้วออกไปตั้งพรรคใหม่ เพราะพวกผมยอมรับความเห็นแตกต่างกันได้” นายจตุพรกล่าว

หมอเหวงซัดหนักคสช.

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมว่า มีการตั้งข้อกล่าวหาเพียงอั้งยี่ ม.209 ป.อาญา และชุมนุมเกิน 5 คน ประกาศ คสช.ฉบับที่ 3/2558 เท่านั้น หาก คสช.มีหลักฐานที่มัดแน่นหนาจริง ต้องนำมาแสดงประกอบการแถลงข่าวกล่าวหาผู้ที่ถูกคุมตัวทั้ง 15 คน แต่ไม่มีและไม่สามารถจะมีได้ ถ้ามีพรรค นปป.จริง คสช.ต้องตั้งข้อหากบฏ ตาม ม.113 ป.อาญา ในข้อหากบฏล้มล้างการปกครองของแผ่นดินด้วย แต่นี่ไม่มีข้อหา ไม่มีหลักฐานใดๆ การตั้งข้อหาอั้งยี่เป็นการตั้งข้อหาแบบครอบจักรวาล ใครๆ ก็ถูกตั้งข้อกล่าวหาเช่นนี้ได้ทั้งนั้น หากขัดแย้งและทำให้อำนาจรัฐไม่พอใจอย่างรุนแรง คสช.ควรหยุดการกระทำปั้นเรื่องเท็จเพื่อใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกับพวกตน และปล่อยคนที่ถูกจับกุมคุมขังไว้ทันที ไม่เช่นนั้นกระแสความโกรธแค้นชิงชังจะเพิ่มทวีขึ้น จน คสช.ไม่อาจจะรับมือได้

“พวกท่านเลือกที่จะเดินตามรอยชะตากรรมเดียวกับระบอบจอมพลสฤษดิ์-จอมพลถนอม-จอมพลประภาส” นพ.เหวงกล่าว

สภาทนายแจงขั้นตอนช่วย

นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกลุ่มผู้เคลื่อนไหวในนาม นปป. 15 ราย ว่าการช่วยเหลือทางกฎหมายของสภาทนายความนั้น ต้องมีผู้เสียหายหรือญาติผู้เสียหายมาร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อสภาทนายความ ขั้นตอนหลังจากมาร้องขอความช่วยเหลือ ทางสภาทนายความจะมีการสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าผู้เสียหายกระทำผิดจริงหรือไม่ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การมาร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจะต้องเข้าเงื่อนไข 2 ประเภทคือ 1.ยากไร้ และ 2.ไม่ได้รับความเป็นธรรม นปช.เชียงรายเผยถึงชินวร

ด้านนายจิระโชติ อุ่นนะ แกนนำเสื้อแดง กลุ่ม นปช.52 เชียงราย กล่าวถึงศาลทหารอนุมัติหมายจับนายชินวร ทิพย์นวล และนายบุญภพ เวียงสมุทร ชาว จ.เชียงราย ที่อยู่ในกลุ่ม 15 ผู้ต้องหา นปป.ว่า นายชินวรเคยร่วมกันจัดตั้งกลุ่ม นปช.52 เชียงราย และเคยร่วมกันดำเนินการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยมาด้วยกัน ปัจจุบันนายชินวรไม่ได้อยู่ในกลุ่มแล้ว ได้แยกออกจากกลุ่มไปก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงราย และก่อนการทำรัฐประหารปี 2557 โดยไปร่วมกับนายสมควร สุต๊ะวงศ์ ที่จัดตั้งเป็นภาคเครือข่ายคนเสื้อแดงภาคเหนือ ร่วมกับทางกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และ จ.ลำพูน นายชินวรไม่ได้มาร่วมทางกลุ่ม นปช.52 เชียงรายอีกเลย เนื่องจากหลังการทำรัฐประหาร ทางกลุ่มได้หยุดการเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกรูปแบบ จะดำเนินการควบคู่ไปกับ นปช.ส่วนกลาง เมื่อส่วนกลางหยุดทางต่างจังหวัดก็หยุดด้วย

ด้านนายสมควร สุต๊ะวงศ์ อดีตนายก อบต.บ้านแซว กล่าวด้วยว่า หลังเกิดรัฐประหารปี 2557 ก็หยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยสิ้นเชิง เคยเตือนนายชินวรให้หยุดกระทำการใดๆ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี ควรปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการไปและไม่ค่อยได้เจอกัน แต่พอทราบว่านายชินวรไปดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการค้าปุ๋ยของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่หลายจังหวัด โดยเฉพาะ จ.ลำพูนและเชียงใหม่ ไม่ทราบว่านายชินวรไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ มาทราบอีกทีตอนถูกจับกุมแล้ว