ทั้งที่ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ผ่าน “ประชามติ” แบบฉลุยลื่น ไปพร้อมๆ กับคำถามพ่วงที่ให้อำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ จนทำให้ภาพแนวโน้มทางการเมืองว่าด้วยเรื่องโครงสร้างอำนาจน่าจะชัดเจนระดับหนึ่ง กระทั่งไม่น่าจะมีคำถามแล้วว่า “อนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไร”
แต่เพราะดูเหมือนว่าความชัดเจนในการจัดโครงสร้างอำนาจยังไม่เพียงพอตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนด ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บางคนบางฝ่ายโล่งใจในเส้นทางสู่ศูนย์อำนาจของตัวเอง จึงยังเกิดความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เพื่อโอบล้อมการกำหนดกติกาให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ
ดังนั้น คำถาม “ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร” จึงยังคงมีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันต่อไป
ทิศทางในภาพกว้างชัดเจนระดับหนึ่งในร่างรัฐธรรมนูญ
แต่การบังคับให้เดินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตามกรอบนั้น จะถูกกำหนดด้วย “พ.ร.บ.ตามร่างรัฐธรรมนูญ” หรือที่เรียกว่า กฎหมายลูก
การจัดการเกี่ยวกับ “พรรคการเมือง” ที่เริ่มเปิดประเด็น “เซตซีโร่” เริ่มต้นกันใหม่ทั้งหมดซึ่งได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดและเคร่งเครียดพอสมควรว่าจะเป็นจริงหรือไม่
การจัดการเกี่ยวกับการ “เลือกตั้ง ส.ส.” เริ่มมีการสรุปว่าจะไปในทิศทางที่ “ล้อมกรอบนักการเมือง” ไว้ในมุมที่ห่างไกลจากชีวิตปกติของประชาชนให้มากที่สุด กระทั่งการร่วมงานบุญตามประเพณีก็ต้องทำตัวให้ต่างจากคนที่ไม่ใช่นักการเมือง
การจัดการเกี่ยวกับ “การได้มาซึ่ง ส.ว.” ที่จะสะท้อนถึงศูนย์กลางอำนาจที่แท้จริงว่าอยู่ที่ใคร หลังจากตัดการเชื่อมโยงกับประชาชนโดยตรงออกไป
และในเรื่องอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มองข้ามไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขีดเส้นให้แต่ละฝ่ายเดินในเส้นทางทางอำนาจ ว่าเส้นทางของใครจะปลอดโปร่งโล่งสบาย ปลอดภัยไร้กังวล ของใครจะมากมายด้วยอุปสรรค และอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากกลไกตรวจสอบที่เข้มข้น
“นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” จะมีสภาพแบบไหน มีแต่ต้องจับตาเป็นพิเศษกับ “รายละเอียดของกฎหมายลูก”
ดังนั้น แม้เหมือนจะเป็นผู้ให้คำตอบในกรอบใหญ่ไปแล้วว่า “ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร” จาก “ร่างรัฐธรรมนูญ” ที่ผ่าน “ประชามติ” ไป แต่ภาระของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ที่จะต้องรับผิดชอบในการให้คำตอบต่อความเป็นไปของประเทศ ยังไม่หมดไป
เนื่องจาก “กฎหมายลูก” ที่มีความสำคัญต่อการกำหนดเส้นทางทางการเมืองของแต่ละฝ่ายว่าจะเปิดให้ใครเดินสะดวกอย่างปลอดภัย และให้ใครเดินอย่างอึดอัดคับข้องในเส้นทางเสี่ยงอันตรายในทุกจังหวะก้าว ยังเป็นหน้าที่ของ “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” จะทำหน้าที่ร่าง
คณะกรรมการฯที่ “นายมีชัย ฤชุพันธุ์” นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน
ดังนั้น เมื่อคำถาม “ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร” ยังมีคำตอบที่หลายคนคิดว่ายังไม่เคลียร์พอ คนที่จะต้องรับภาระตอบให้ชัดจะยังเป็น “มีชัย ฤชุพันธุ์” มือร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนให้ความเชื่อถือศรัทธาท่วมท้น

