‘เจ๊ป๊อกกี้-แหวน’ ยื่นหลักฐาน ฟ้อง ‘อียู’ รัฐไทย ใช้ ม.112 ละเมิดสิทธิมนุษยชน-คุกคามเยาวชน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (EU) อาคารแอทธินี ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ กลุ่มผู้ถูกคุกคามจากอำนาจรัฐยื่นข้อมูลหลักฐานต่อสถานทูต EU
นายภวัต หิรัณย์ภณ หรือ เจ๊ป๊อกกี้, นางณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน พยาบาลอาสา สมาชิกกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย และนักกิจกรรมที่ร่วมแสดงละครในการชุมนุมม็อบเฟสต์ จำนวนหนึ่ง เดินทางมายื่นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการใช้กฎหมาย และการคุกคามเยาวชน ไปจนถึงการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 กับผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง
นายภวัตกล่าวว่า เนื่องจากมีการใช้กฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รัฐบาลไทยได้บังคับใช้กฎหมายที่มีอัตราโทษไม่เป็นธรรม เช่น มาตรา 112 มาตรา116 หรือการใช้กำลังประทุษร้ายผู้ที่ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมจากความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากรัฐไทย นำโดย ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ รวมถึงการกระทำที่ไร้มมุษยธรรมในเหตุการณ์เรียร้องของชาวพม่า การควบคุมตัวโดยไม่มีเหตุอันควร รวมถึงบังคับใช้กำลังควบคุมตัวโดยใช่เหตุ เหตุการณ์สำคัญคือการตัดสินโทษจำคุก นางอันชัญ เป็นเวลา 29 ปี 174 เดือน
“ดิฉัน เจ๊ป๊อกกี้ ผู้ซึ่งได้รับหมายจากมาตรา 112 คิดว่า นี่เป็นกฎหมายที่ไม่ควรบังคับใช้อีกต่อไปในประเทศไทย การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำโดยรัฐได้ จะต้องถูกยุติโดยทันที และขอให้ ดิฉัน นายภวัต หิรัณย์ภณ หรือ เจ๊ป๊อกกี้ เป็นคนสุดท้ายที่จะได้หมาย 112 ในประเทศไทย วันนี้ ดิฉันได้รวบรวมข้อมูลบางส่วนที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ กระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรป บังคับใช้กฎหมายแมกนิตสกี (Magnitsky) กับบุคคลที่ปรากฏตามหลักฐานดังกล่าว นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป และประเทศที่อยู่ในเครือข่ายปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยท่านใดประสงค์จะยื่นเอกสารเพิ่มเติม สามารถส่งข้อมูลไปทางเพจ ธรรมศาสตร์แนวร่วมประชาธิปไตย เพราะทางทีมงานแจ้งว่า จะเตรียมยื่นเพิ่ม ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานการละเมิดสิทธมนุษยชน ไปเพื่อยื่นเสนอต่อ EU อีกครั้ง หากมีการละเมิดสิทธิมนุยชนอีก”

“กฎหมายแมกนิตสกี เป็นความหวังใหม่ของมวลมนุษยชาติ ต่อการหยุดยั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ด้วยความเคารพ และขอให้มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” นายภวัตกล่าว และว่า
“การกระทำครั้งนี้ เราขอให้นานาชาติมองเห็นในเรื่องสิทธิมนุษยชน และรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าอียู จะแทรกแซงหรือไม่ ถ้าเขาเห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่แจ้งความกับเรา ผิดจริง ตามกฎหมายนี้มีบทบัญญัติการลงโทษไว้ ขอให้เอาผิดกับพวกเขาด้วย”
ด้าน นางณัฏฐธิดากล่าวว่า ในส่วนของกฎหมาย 112 ที่บังคับใช้ จนถงปัจจุบัน ไม่สมควรที่จะนำมาใช้อีก สิ่งที่ประชาชน และหน่วยพยาบาลอาสาถูกกระทำมาตลอด 10 ปี เราไม่เคยได้รับความเป็นธรรม วันนี้ เอกสารชิ้นนี้ที่ระบุรายละเอียด ตั้งแต่ถูกจับกุม จนถึงยกฟ้อง คำพิพากษาของศาลวันนี้จะถูกนำส่งไปที่สถานทูตอียู เพื่อให้ชาวต่างประเทศได้รับรู้ถึงการใช้กฎหมายนี้ ว่าประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบเช่นไรบ้าง

“อย่างตัวแหวนเอง ถูกจับกุมคุมขังอยู่ในเรือนจำถึง 3 ปี 6 เดือน ด้วยมาตรา 112 เพียงเพราะเจ้าหน้าที่สงสัย ใช้กระดาษหนึ่งแผ่นเท่านั้น ในการจับกุม ซึ่งการพิสูจน์จากชั้นตำรวจและชั้นศาล ไม่พบเอกสารชิ้นนี้ปรากฏบนโทรศัพท์มือถือของแหวนจริง การสร้างหลักฐานเท็จของทหารนั้น เป็นการยึดโทรศัพท์มือถือในขณะที่ถูกจับกุม วันที่ 11 มีนาคม 2558 ซึ่งยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการล่วงละเมิด กระทำอนาจารตัวดิฉันเอง ตั้งแต่ถูกจับกุมขึ้นรถไป การกระทำเช่นนี้ ไม่สมควรที่จะกระทำกับประชาชน ทหารควรจะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ การใช้มาตรา 112 เพียงเพื่อหวังปิดปากประชาชนทุกคนที่มาเรียกร้องสิทธิ ไม่สมควรมีอยู่ และไม่สมควรใช้กับคนทุกชนชั้น” นางณัฏฐธิดากล่าว
จากนั้น นักกิจกรรมเดินเท้าไปยังหน้าอาคารอาคารแอทธินี เพื่อยื่นเอกสารถึงผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย

