เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ใน เฟซบุ๊กPanadda Diskul ถึงข้อความบรรยายพิเศษให้กับผู้บริหารระดับสูงจาก20 กระทรวง ในหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 84 ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่า “หลายท่านกล่าวกับข้าพเจ้าในระหว่างออกตรวจราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นว่า เดี๋ยวนี้เมื่อจะพูดอะไรที คิดอะไรที ต้องพึงระมัดระวังให้ครอบคลุมเสียทุกเรื่อง เพราะจะกลายเป็นเรื่องของฝ่ายของข้าง ของสี ทั้งที่ใจจริงแล้วอาจเห็นตรงกันด้วยซ้ำไป แต่มันเป็นเรื่องของจังหวะเวลา โอกาส และอีกหลายๆ ปัจจัย ยุคสมัยใดๆ ที่ผ่านพ้น ผู้ทำงานบางคนก็เอาอกเอาใจผู้บังคับบัญชาเสียจนทำให้หลงลืมความจริงในความเป็นตัวตนที่ไม่ใช่คนสำคัญมากมาย บ้างคนตัวเล็กเลยพาลลอกเลียนแบบทำเป็นคนตัวใหญ่ เรียกว่าไม่รู้จักตนเอง
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสอนแก่ลูกศิษย์ของพระองค์ท่าน ณ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้ชัดเจน จงทำงานเป็นทีม อย่าหลงคิดว่าตนเองเก่งเหนือผู้คน จงรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว อ่อนน้อมถ่อมตนเข้าไว้ ยิ่งสูงยิ่งต้องลดตัว สำรวมกาย วาจา ใจ ที่จะเป็นสุภาพชนตัวอย่างแก่กันทั้งในบ้านเรือน องค์กร และสังคม ผู้เป็นนายทำอะไรสำเร็จ อย่าแอ่นอกรับความดีความชอบ แต่จงยกคุณความดีให้ผู้ร่วมงานโดยทั่วทุกคน แต่หากทำอะไรผิดจงรับไว้อย่างซื่อตรงและรีบแก้ไข ไม่ใช่โยนความไม่ดีหรือความชั่วให้คนอื่น ที่ไม่ใช่การกระทำของวิญญูชน ข้าพเจ้าขอใช้คำว่า เราต้องมุ่งมั่นเสริมสร้างระบบคุณธรรมแก่ชุมชน-หมู่บ้าน-ตำบล-อำเภอ-จังหวัด รวมเรียกว่า ‘ประเทศไทยคุณธรรม’ หัวหน้าองค์กรจึงต้องถือตามสุภาษิตคำสอน ‘หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก’ ยุทธศาสตร์ในเชิงความคิดและการกระทำถือเป็นเรื่องที่ครูอาจารย์ ข้าราชการ และพี่น้องประชาชน มีความมุ่งมั่นตั้งใจดำเนินการกันอยู่ ปัญหาขวางกั้นที่เผชิญ คือ คนไม่ดี การทุจริตคดโกง ความโลภ และระเบียบปฏิบัติที่ต้องเพิ่มพูนความเข้มงวดกวดขัน กำหนดตัวชี้วัดอย่างรัดกุม ครอบคลุม ต้องไม่เสแสร้ง ไม่เล่นละคร ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่อวดเบ่ง ไม่คิดใหญ่คิดโตเกินตัว ไม่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่กัน เรื่องนี้ถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญในการสร้างชาติสร้างประเทศ”

