เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการสอบสวนผู้ต้องหาคดีเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ว่า การจับกุม 15 แนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย หรือ นปป. โดยกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด อ้างว่า นปป.มีพฤติกรรมต่อต้านรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่า นปป.มีฐานความผิดใด และ นปป.ก็ไม่ใช่พรรคการเมือง เนื่องจากไม่มีการจดทะเบียนพรรคการเมือง แต่ก็ยังพยายามโยนเรื่องต่างๆ ให้มีความเกี่ยวข้องกับ นปช. ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการใช้โทรศัพท์และซิมการ์ดจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ต่างหลายเหตุที่เคยเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชาติแดนภาคใต้ ดูแล้วเหมือนการขยายพื้นที่ก่อเหตุจาก 3 จังหวัด ดังนั้น รัฐบาลต้องเดินให้ถูกทาง แทนที่จะมาโต้เถียงทางการเมือง เพราะไม่มีใครตอบได้ว่าจะมีการขยายพื้นที่ก่อเหตุไปมากกว่านี้
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การมีรัฐบาลซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่งผลให้ไม่สามารถทราบได้ว่ากระบวนการสอบสวนเหตุดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ประเทศต้องเผชิญกับภัยร้ายแรง การจับกุม นปป.โดยอ้างว่าตั้งกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะคนทั่วประเทศต่างก็ตั้งกลุ่มวิจารณ์รัฐบาลกันทั้งนั้น เป็นเรื่องธรรมดา เรื่องระเบิดหลายจุดในภาคใต้หากเป็นรัฐบาลปกติ เมื่อมีการสอบสวนไปในทิศทางที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงเช่นนี้ พรรคฝ่ายค้านจะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งรัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้ไม่ได้เปิดให้มีการแสดงความเห็นเลย อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ต้องแถลงอย่างเป็นทางการถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา โดยอาจจะใช้เวลาในรายการเดินหน้าประเทศไทย หรือรายการคืนความสุขของคนในชาติ
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวว่า รัฐบาลพยายามโยงเหตุระเบิดดังกล่าวมาที่ นปช. ยืนยันว่า นปช.ต้องการให้ประเทศอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช้อาวุธหรือความรุนแรง ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปตั้งองค์กรใหม่ แต่แทนที่เจ้าหน้าที่จะทำให้เกิดความชัดเจน กลับกล่าวหาว่าเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งที่ไม่สามารถตอบได้ว่าแรงจูงใจมาจากสิ่งใด หน่วยข่าวกรองต้องพิจารณาตัวเองว่าทำงานเป็นหรือไม่ ขอให้ทำงานอย่างมืออาชีพ อย่าโยนความผิดก่อนค่อยจับ เพราะเรื่องนี้ส่งผลให้ประเทศเสียหน้า

