ครูใหญ่ประกาศศึก ขีดเส้นตาย 7 วัน ปล่อย 4 ราษฎร ก่อนถนนทุกสายมุ่งสู่ กทม.
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุม “นับหนึ่งให้ถึงล้าน คืนอำนาจประชาชน” ของกลุ่มราษฎร
เวลา 18.26 น. นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ กลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวว่า สีแดงคือสีแห่งมงคล สีส้มด้วย บัดนี้เราได้ห่มผ้าแดงให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเป็นหลักชัยให้กับประชาชน แค่อย่าลืมว่าแม้เราจะเฉลิมฉลองเทศกาลใดๆ ก็ตาม ยังมี 4 เพื่อนเรา และป้าอัญชัญ รวม 5 คน ในเรือนจำ คนที่มีโทษจำคุกจาก 80 เหลือ 40 กว่าปี คนที่ถูกฝากขังขณะพิจารณาคดี ยังอยู่ในนั้น พวกเขาคือจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตย การจับเขา 4 คน คือการจับสิทธิ เสรีภาพ จับเสียงของเราไปขังไว้
วันนี้ต้องขอประกาศขีดเส้นตาย ถ้าไม่มีสัญญาปล่อยเพื่อนเรา เราจะกลับมาเจอกันอีกภายใน 7 วัน และนี่คือมหาสงคราม มารีน ฟอร์ด ที่เราจะไปเอาคุกออกมาจากรัฐบาลโลก เราจะประกาศศึกใหญ่กับรัฐบาลอีกครั้ง และครั้งนี้เราจะไปพร้อมๆ กัน
“ประกาศ ณ ตรงนี้ ในนามของราษฎร หากไม่มีสัญญาของการปล่อยเพื่อนเรา ของการให้ประกันตัว เราจะกลับมารวมกันอีก จากเหนือ อีสาน ใต้ ทุกเส้นสายจะมุ่งหน้าสู่ กทม.
ขอให้พี่น้องเหนือ อีสาน ใต้ จงเตรียมตัวให้พร้อม 7 วันเท่านั้น ถ้าเขาไม่ปล่อยเพื่อนเราออกมา เจอราษฎรทั้งประเทศแน่นอน ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม นี่คือวันประกาศศึก อีก 7 วัน คือวันประกาศชัย
เราอาจจะต้องเหนื่อยกันอีกครั้ง แม้จะเป็นชัยชนะที่เล็กน้อย แต่เราต้องเก็บเกี่ยวทุกชัยชนะของราษฎรไว้ให้ได้”
“7 วันนับแต่วันนี้ คือ 20 ก.พ.2564 หากไม่มีสัญญาณดีๆ จากรัฐบาลเรื่องเสรีภาพของเพื่อนเรา เจอกันแน่ๆ พี่น้องชาวนา เกษตรกร สีข้าวใส่กระสอบให้เรียบร้อย นอกจากสีมากิน เราจะสีมาขายที่นี่ ให้นายทุนตายไปเลย” นายอรรถพลกล่าว และว่า
“เราจะไปเจรจากับเจ้าพ่อหลักเมืองให้รู้เรื่องว่าจะคุ้มครองราษฎรหรือไม่”
เวลา 18.33 น. นายอรรถพลกล่าวต่อว่า เราจะเดินกันไปที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
โดยมวลชนตั้งแถวก่อนมุ่งหน้าอ้อมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวนขวา มุ่งหน้าไปยังศาลหลักเมืองในเวลา 18.37 น.
“ถ้าเราไม่สู้ ไม่ชนะ เราจะไม่ชนะตลอดไป” นายอรรถพลกล่าว
เวลา 18.54 น. นายอรรถพลกล่าวว่า ข้างซ้ายของราษฎรคือแม่พระธรณีบีบมวยผม หยาดเหงื่อราษฎรที่หยาดลงมา คือน้ำในมวยผมของแม่พระธรณี ที่จะทำให้เราผ่านทุกอุปสรรคข้างหน้า
“พี่น้องอย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ เราแค่ดันให้ผ่านแล้วกลับมา ดันเจ้าที่ออกไป แต่อย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ก็ออกไปซะ อย่าดันกับพวกเรา”
เวลา 18.58 น. นายสิรภพ อัตโตหิ หรือแรปเตอร์ แกนนำกลุ่มเสรีเทยพลัส กล่าวว่า
อย่าให้มีใครถูกตำรวจจับไป เราจะต้องก้าวไปพร้อมกัน เอาชนะไปพร้อมกัน นอกจากนี้ อย่าทำร้ายตำรวจ การดันของเราไม่ใช่ทำร้าย แต่เป็นการที่ทำให้ตำรวจออกไปจากทางเดินของประชาชน ออกไปจากทางเดินประชาธิปไตย
ด้าน น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง กล่าวว่า เราจะไม่ทำร้ายตำรวจก่อน แต่ถ้าตำรวจทำร้ายเรา ขอให้ตอบโต้ได้พอสมควร
นายอรรถพลกล่าวว่า เราจะไม่เกินแนว เรามาอย่างสงบ สันติ อหิงสา
จากนั้นเวลา 19.03 น. รถปราศรัยจอดที่หน้าศาลฎีกา
เวลา 19.10 น. นายอรรถพลกล่าวว่า อีก 7 วัน หากเพื่อนเราไม่ได้รับการประกันตัว ถนนทุกสายจะมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร และสนามหลวงจะกลายเป็นเรือนนอนของคนทั้งประเทศ จงบอกข่าวนี้ไปแก่เพื่อนเรา จงเตรียมตัวให้พร้อม พี่น้องทางบ้านที่ดูการถ่ายทอดสด นี่คือการประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า เราจะมีการชุมนุมอีกครั้ง
“ขอประกาศไปถึงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งหมายถึงสันติกับประชาชน เราไม่มีนโยบายจะบุกเข้าไป ผมขอให้ตั้งอยู่ในสันติ เราคุยกับแบบอารยชน แบบวิญญูชนผู้มีจิตใจเป็นมนุษย์ ทุกคนอยู่หลังแนว ฟังเสียงประกาศเท่านั้น จงอย่าทำอะไรตามใจชอบ เพราะคือขบวนการราษฎรทั้งหมด” นายอรรถพลกล่าว
จากนั้นมวลชนร่วมเคาะหม้อส่งเสียง
เวลา 19.48 น. นายอรรถพลกล่าวกับมวลชนบนรถขยายเสียงว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พร้อมปะทะกับเรา และทำตามเงื่อนไข คือรื้อลวดหนามออก และปิดไฟ ขอให้พี่น้องกลับมาอยู่ในที่มั่น ณ บัดนี้
ด้วยความสงบ สันติ ขอให้ถอยกลับมา พี่น้องต้องไม่อยู่ใกล้รั้วเหล็ก เพราะเราจะต้องกลับมาอีกวันที่ 20 กุมภาพันธ์
จากนั้นนายอรรถพลเดินเท้าเข้าไปเจรจากับศาลหลักเมือง

