“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกา “ประวิตร” คืนเพื่อนหรือยัง จี้สอบ “ประยุทธ์-อนุพงษ์” ด้วย

15.02.21 | 10:41 น.

“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกา “ประวิตร” คืนเพื่อนหรือยัง จี้สอบ “ประยุทธ์-อนุพงษ์” ด้วย

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า วันนี้ตนได้ส่งจดหมายไปยัง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ว่าคืนนาฬิกาที่ยืมเพื่อนมาหมดแล้ว หรือไม่ และขอให้ตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวกลาโหม กับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วย โดยแยกเป็น 2 ข้อ ดังนี้ 1.เห็นข่าวเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 64 เรื่อง พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่นครศรีธรรมราช หลายข่าว โดยในข่าวมีภาพพล.อ.ประวิตร ใส่นาฬิกาอยู่ด้วย 1 เรือน ซึ่งนาฬิกาที่พล.อ.ประวิตร ใส่ให้เห็น จึงกระตุ้นเตือนความจำของตน เพราะตนจำได้ว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 สำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าวไว้ว่า “สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วว่า นาฬิกาทั้งหมดจำนวน 22 เรือน ได้ยืมมาจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และได้คืนไปหมดแล้ว…” นาฬิกาที่ปรากฎให้เห็นในข่าวเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงเป็นมูลเหตุที่ต้องกลับมาร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประวิตรอีกครั้งว่า นาฬิกาที่ปรากฏนั้น เป็นนาฬิกา 1 ใน 22 เรือน ที่คืนไปหมดแล้วหรือไม่ ถ้าใช่ นาฬิกาที่ใส่อยู่นั้น เป็นการยืมกลับมาใช้คงรูปหรือไม่ และยืมจากใคร เพราะเพื่อนที่ให้ยืมนาฬิกาก็ตายไปแล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ การชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ของพล.อ.ประวิตร เป็นความจริงหรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า 2.เมื่อเดือนกันยายน 2563 ป.ป.ช. ได้เผยแพร่คู่มือการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยให้ความหมายของรายการทรัพย์สินที่เป็นยานพาหนะว่า รวมถึงจักรยานด้วย ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ซึ่งหลายคน เช่น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรรก้าวไกล และนายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ยื่นจักรยานไว้ในบัญชียานพาหนะหรือบัญชีทรัพย์สินอื่น ซึ่งสอดคล้องกับคู่มือฯ ของ ป.ป.ช. แต่จากข่าวที่ปรากฏ สังคมรับรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีจักรยานด้วย ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 1 แสนบาท และพล.อ.อนุพงษ์ ก็มีจักรยานเช่นกัน ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 6 หมื่นบาท ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.อนุพงษ์ ณ วันที่ 4 กันยายน 2557 ไม่พบการยื่นบัญชีจักรยานไว้แต่อย่างใด และเมื่อดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมืองประกอบคู่มือฯ ป.ป.ช. จึงมีเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทั้งสองคนได้ยื่นบัญชีจักรยานไว้ด้วย หรือไม่ ถ้าไม่ยื่น ขอให้ ป.ป.ช. รีบตรวจสอบจักยานดังกล่าว เพื่อมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย