‘ซินแสเข่ง’ เจาะดวง ‘บิ๊กตู่’ สู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้วันที่ 17 หนัก ต้องเจอทั้งศึกนอก-ใน

‘ซินแสเข่ง’ เจาะดวง ‘บิ๊กตู่’ สู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้วันที่ 17 หนัก ต้องเจอทั้งศึกนอก-ใน

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง (ซินแสเข่ง) ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้วิเคราะห์ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจประเดิมปี 2564 ในช่วงไตรมาสแรก รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เชื่อว่าจะสามารถผ่านไปได้ฉลุย ตามดวงดาวที่เคยวิเคราะห์ไว้ เพราะได้ดาวศุภฤกษ์ ดาวศุกร์เสริมดวงนายกรัฐมนตรี

และในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ก็เป็นเดือนที่ส่งเสริมให้หน้าที่การงานให้สำเร็จ ถึงจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ทำให้ผ่านอุปสรรคไปได้ดี ทำให้ฝ่ายค้านอาจมีเหตุให้แตกคอ เพราะตกดวงขัดแย้งเป็นศัตรู ทำให้เกิดความไม่เข้าใจ ระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าที่กลายเป็นชนวนท่าดีทีเหลว

ซินแสเข่ง กล่าวว่า ศึกครั้งนี้ถือว่าเป็นจังหวะและโอกาสของรัฐบาล ที่ได้ดวงนายกรัฐมนตรีมาเสริมแก้วิกฤติ ทำให้มีความมั่นคง คุมสถานการณ์ได้ตลอด 4 วัน นับ ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ก็ถือว่าดาวศุกร์ช่วยเสริม พอวันที่ 17 อาจจะมีอุปสรรคบ้างเล็กน้อย เพราะดวงเมืองถูกเบียดเบียน ด้วยดาวพระเคราะห์ ที่สร้างปัญหาความขัดแย้งจากกลุ่มราษฏรนอกสภา จะต้องระวัง เพราะจะถูกกดชะตาจากกลุ่มเดินเท้า ที่จะสร้างความยุ่งยากวุ่นวายให้เป็นอุปสรรค

ส่วนวันที่ 18 ก็สามารถพลิกสถานการณ์ผ่านไปได้ แต่ต้องรอบคอบในการรับมือฝ่ายค้านและจากพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขร่วมการตัดสินใจ การเจรจาไม่ลงตัวจากผู้ไม่หวังดี และศัตรูปองร้ายที่จะทำให้เกิดความผิดหวัง

“จึงต้องเตือนทั้งศึกใน และศึกนอกสภา หรือ ปัญหาการปะทะ ส่วนวันที่ 19 ส่งผลให้รัฐบาลประสบความสำเร็จมากขึ้น ในการแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างเชื่อว่า สามารถผ่านวิกฤติไปได้ด้วยดี เพราะทั้งหัวและท้ายลงตัวได้หมดอีกทั้งเดือน ที่เกื้อกูลเอาชนะปัญหาต่างๆ ไปได้

สถานการณ์ความเป็นไปของเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถึงแม้นจะเป็นเดือนที่ดุพอสมควร เพราะเป็นเดือนขาล แต่เป็นเดือนแห่งสิทธิของดวงเมือง ที่จะนำมาสู้กับปฏิปักษ์และเสริมดวงผู้นำที่แก้ไขปัญหาทำให้ฝ่าดวงวิกฤติคู่อริศัตรูได้ ” ซินแสเข่ง กล่าว

ซินแสเข่ง กล่าวอีกว่า ขอวิเคราะห์เพิ่มเติม หากจะมีเหตุจากคนดวงตกสร้างแรงปะทะ ขัดแย้ง อิจฉาริษยา ไม่หวังดี มีโอกาสก่อความรุนแรงปะทะที่อาจจะทำให้เกิดการเสียเลือดเนื้อได้ เพราะผู้ใหญ่ที่หลงผิ ดสร้างจุดแตกแยกให้เกิดการปะทะ รัฐบาลจึงควรต้องควบคุมสถานการณ์ แต่ไม่ใช่นิ่งเฉย ซึ่งจะยิ่งก่อให้เกิดการยืดเยื้อสถานการณ์อย่างไม่จบสิ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมชลฯเดินหน้าไล่น้ำเค็ม ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 11 จุด แนวคลองพระยาบรรลือลงสู่ม.เจ้าพระยา
บทความถัดไป“เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์” ผนึกกำลัง “ราญา กรีน โคโคนัท” เอสเอ็มอีไทยเป็นพันธมิตรพัฒนาธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมครบวงจร ในนาม “ซีพี เนเจอร์”