‘นายกฯ’ ยินดีที่ได้มาสภาฯ ยืนยันทำงานตามกรอบ จริงใจปราบบ่อนพนันทั่วประเทศ ยึดหลักนิติรัฐจัดการ ลั่น ไม่รับเงินชั่วๆ เด็ดขาด รับแค่สิทธิประโยชน์ตามกม.
วันนี้ (16 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เวลา 15.40 น. ภายหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายจบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงว่า เมื่อสักครู่มีสมาชิกให้ตนลองหลับตาดูแล้วมันจะมืดตอนลองหลับตาดูแล้วมันก็มืดจริงๆ แต่พอลืมตามันก็สว่างเหมือนเดิมคือ ไม่รู้ว่าจะพูดไปเพื่ออะไร ตนก็ไม่เข้าใจหลับมากๆ ก็เวียนหัว หัวทิ่มอีก ทุกอย่างมันเปิดเผยได้อยู่แล้ว ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมได้อยู่แล้ว จะกล่าวอ้างว่าใครผิดใครถูก ก็ไปที่กระบวนการยุติธรรม ไปฟ้องร้อง และต่อสู้คดีกันไป พูดในสภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นแบบนี้ที่พูดได้ตลอดทุกเรื่อง ซึ่งมีผลกระทบต่อใครหลายๆ คน หลายๆ พรรคด้วยส่วนนี้ก็ขอฝากไว้ด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องแรกที่ตนอยากจะชี้แจงคือ เรื่องบัญชีทรัพย์สินของตน ซึ่งตนเป็นนายกรัฐมนตรีมา 6 ปีแล้ว ตนรู้ว่ากติกากฎหมายว่าอย่างไร ซึ่งตนก็แจ้งเพิ่มเติมไปแล้ว ครั้งที่สอง แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกรทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเปิดเผยเมื่อไหร่ กรุณาดูกฎหมายด้วยแล้วกัน อย่ามาพาลว่าตนว่าให้แก้กฎหมายอีก ไม่เกี่ยวกับตนเลยทุกเรื่องตนก้าวล่วงไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชี้แจงข้อกล่าวหากรณีที่มีการแอบอ้างเรียกรับประโยชน์ ว่า ข้อมูลจากสื่อโทรทัศน์ เป็นข้อมูลดิบ จึงต้องไปหาพยานหลักฐาน วัตถุพยาน พยานบุคคลมาเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง ท่านต้องไปนอกสภา ไปฟ้องข้างนอกจะได้สู้กันเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นการนำข้อมูลมาจากสื่อก็เป็นเพียงข้อมูล จะใช่หรือไม่ใช่ตนก็ไม่ทราบ แต่ตนยืนยันว่า ตนไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ซึ่งตนก็จะเปิดให้ดูว่า ที่ตนพูดไปจริงๆ คืออะไร เพราะก็พอมีข้อมูลเก็บไว้บ้าง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กรณีการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 และประเด็นการเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ ก็เป็นสิ่งที่ท่านกล่าวหาตน ตนก็ขอเรียนว่าสิ่งที่ตนทำในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับข้อกล่าวหาข้างต้น ทั้งนี้ในฐานะบุคคลธรรมดาของตนนั้นไม่นิยมชมชอบในการพนันขันต่อในรูปแบบใด เพราะการพนันนั้นเป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ขัดต่อหลักศาสนา และเป็นที่ต้องห้ามทางกฎหมาย และการตกเป็นทาสของการพนัน ไม่ว่ารูปแบบใดก็จะก่อให้เกิดความเสื่อม โจรปล้นสิบครั้งยังเหลือบ้าน ไฟไหม้บ้านสิบครั้งยังเหลือที่ดิน เสียพนันครั้งเดียวอาจจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง ตนเชื่อว่าการพนันต้องขจัดให้หมดสิ้นไป และได้สั่งการอยู่เสมอ กำกับดูแลติดตามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานฝ่ายปกครองเข้มงวดกวดขันไม่ให้มีการเล่นการพนันในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ไม่ต้องการให้เยาวชนหลงไหลมัวเมาในการพนัน จับบ่อนพนันในพื้นที่ไหนได้ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นจะต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีการกระบาดโควิด-19 ตนได้มอบนโยบายสั่งการ ให้ผู้บัญชาการาตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ดำเนินการอย่างเข้มงวด เพราะการรวมตัวเล่นการพนันในบ่อนจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้น สามารถจับกุมบ่อนการพนันได้เป็นจำนวนมาก มีการสอบข้อเท็จจริง สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการจำนวน 51 ราย รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าได้รู้เห็นเป็นใจ หรือปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนัน ซึ่งหากตรวจสอบพบต้องลงโทษสถานหนัก ตนก็เชื่อว่าทุกรัฐบาลทำงานอย่างสุจริต เพราะที่ผ่านมาก็มีนโยบายกวาดล้างบ่อนการพนันเช่นเดียวกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การจัดการบ่อยการพนันนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ในอดีตที่ท่านนำมาพูดก็ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ท่านบอกว่าใช้คนไม่กี่คน ใช้ลูกน้องไม่กี่คน และไม่จำเป็นต้องทำเอง แต่ตนเห็นว่าท่านก็กำกับเอง และวันนี้ลูกน้องของท่านที่ทำงานด้วย ก็เป็นใหญ่เป็นโต ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หลายคนแล้ว ตนก็คิดว่าเขาก็ใช้วิธีการที่ท่านเคยทำมา พี่สอนน้องเขามาอย่างไร เขาก็ทำแบบนั้น วันนี้เขาก็ปรับเทคโนโลยีต่างๆ ให้มันดีขึ้น วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วเราต้องหาวิธีการ วันนี้ตนได้ให้นโยบายให้จับ ซึ่งไม่ได้จับเฉพาะคนเล่น แต่จับคนที่อยู่เบื้องหลังด้วย รวมถึงนายทุนด้วย ซึ่งตนไม่ได้มีผลประโยชน์อะไร ตนก็จับได้หมด อย่าอ้างว่าตนได้รับผลประโยชน์ ถ้าไม่จริงตนก็สู้ข้างนอก อย่าหมิ่นประมาทกันก็แล้วกัน ในส่วนตรงนี้ถ้าตนไม่เอาจริงจะตั้งคณะกรรมการตำรวจสืบสวนสอบสวนเทคโนโลยี เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตนยืนยันว่ารัฐบาลได้เข้มงวดการกวาดล้างการพนันทุกรูปแบบ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สถิติการจับกุมการพนันช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 2561-2563 มีการจับกุม 30,000 – 40,000 คดี ซึ่งเรื่องนี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องง่าย หรือกล่าวหาว่าใครกระทำหรือไม่กระทำ ใครรับประโยชน์ ใครเป็นเจ้าของบ่อน แต่ทั้งหมดนั้น ในเมื่อเราเป็นนิติรัฐ เราต้องใช้อำนาจทางกฎหมาย จะไปข่มขู่ข่มเหงก็อาจจะไม่เหมาะสมกับเจ้าพ่อ มันบาป ที่นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ทำอะไรต้องระวัง ฉะนั้นเราต้องพิสูจน์ให้ได้อย่างปราศจากข้อสงสัย มีอยู่หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับตอนนี้ทั้งเรื่องของบ่อนพนันจังหวัดระยอง ชลบุรี จันทบุรี ตราด สมุทรปราการ บ่อนลอยฟ้า บ่อบบางบัวทอง บ่อนไก่ การพนันออนไลน์ การจับกุมเสี่ยโป้ การรับส่วยเอื้อผลประโยชน์การพนัน
“วันนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่กำกับดูแล ที่มีผม และรองนายกรัฐมนตรี มีการจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่ภาคตะวันออก ยืนยันว่าทุกภาคจะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด และใครที่กล่าวหาว่าผมรับประโยชน์ ผมยืนยันว่าบาทเดียวก็ไม่เกี่ยวข้อง เงินชั่วๆ ไม่รับ รับแต่สิทธิประโยชน์ของผม ตามกฎหมายเท่านั้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำโทรศัพท์มือถือ เปิดคลิปภาพพร้อมเสียงในประเด็นการแก้ปัญหาบ่อนการพนัน พร้อมระบุว่า ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นำมานั้นตัดตอนวรรคเดียว พูดอะไรต่อไป น่าเชื่อถือหรือไม่ ตัดตอน บิดเบือนคำพูดของตน และภรรยา ไปใส่ในที่ที่มันดูไม่ดี
“วันนี้ยินดีที่ได้มาสภา ก็คิดถึง ไม่ได้หวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น เป็นโอกาสที่ดีของทั้งสองฝ่าย ที่จะได้มาร่วมมือกันทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ถึงแม้ว่าท่านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจอะไรก็ตาม ผมพร้อมจะชี้แจง อยากฝากถึงประชาชนที่อยู่ทางบ้านให้ฟังและคิด จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ท่านก็ตัดสินเอง ซึ่งต้องเชื่ออย่างมีเหตุผล ฉะนั้นฟังว่าฝ่ายใดจะมีข้อมูลชี้ชัด ต้องเข้าใจว่านายกฯ ทำงานอย่างไร ลองไปเปิดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ว่า ทุกอย่างมีข้อกำหนดทั้งหมด ผมไม่เคยทำอะไรที่ออกนอกกรอบ เพราะระมัดระวังอย่างที่สุดในการทำงาน” นายกฯ กล่าว

