สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2563 และคาดการณ์จีดีพีปี 2564 โดยนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้รายละเอียดว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2563 หดตัว ติดลบกว่า 6.1% ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 22 ปี ตั้งแต่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง โดยสาเหตุหลักเป็นผลมาจากผลกระทบของโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงกับภาคการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภายในประเทศ
ประเด็นการบริหารเศรษฐกิจที่สำคัญในปี 2564 มี 9 เรื่อง ได้แก่ 1.การควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการป้องกันการกลับมาระบาดรุนแรงในประเทศ 2.การรักษาบรรยากาศทางการเมืองภายในประเทศ เพราะไทยต้องดึงการลงทุนจากต่างชาติเข้ามา 3.การดูแลภาคเศรษฐกิจที่ยังมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งการช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มเติม 4.การรักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ 5.การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้า 6.การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน 7.การเตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.การเตรียมมาตรการรับความเสี่ยงจากภัยแล้ง และการดูแลรายได้เกษตรกร และ 9.การติดตามและเตรียมรับความเสี่ยงจากความผันผวนในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก ควบคู่ไปกับการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ และแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในปี 2564 สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมากเพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้า และการเดินหน้านั้นต้องสามารถสู้กับประเทศอื่นๆ ในโลกที่เริ่มจะคลี่คลายสถานการณ์จากโรคโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นผลจากการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้าทุกวัน เห็นได้ว่าระยะเวลาในการแข่งขันกับโลกอีกครั้งกำลังเกิดขึ้นในระยะเวลาอีกไม่นาน การเตรียมพร้อมทางด้านเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำให้สัมฤทธิผล ดังนั้น นอกจากมาตรการเยียวยาต่างๆ ที่รัฐบาลอนุมัติเพื่อลดผลกระทบจากโรคโควิด-19 แล้ว การเตรียมพร้อม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอื่นๆ ยังต้องเร่งรัดให้เกิดขึ้น เพื่อทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าทางเศรษฐกิจได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

