“บิ๊กตู่” เตือน หยุดนำปมวัคซีนโควิดเป็นประเด็นการเมือง หวั่นทำ ตปท.ไม่ส่งวัคซีนให้ ขู่เอาเรื่องแน่ หากต่างชาติไม่ส่งวัคซีน โอ่ผลงานวิจัยคนไทย ผลิตวัคซีนใช้เองในปี 2565
วันนี้ (17 ก.พ.) เวลา 14.25 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเป็นวันที่ 2 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า รัฐบาลรับรู้ถึงความเดือดร้อนของประชาชน แต่ตนไม่ได้มีอำนาจสั่งการทั้งหมด แต่ต้องฟังหมอ ผู้มีประสบการณ์ กระทรวงที่เกี่ยวข้องที่เป็นคณะทำงาน นำข้อมูลมาดูมาตรการป้องกันรักษา เพื่อให้ได้รับวัคซีนเร็วที่สุด ไม่ต้องการให้ได้วัคซีนช้า เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในเร็ววัน การฉีดวัคซีนจะได้ผล 100% หรือไม่ ต้องรอดูต่อไป เพราะเป็นวัคซีนภาวะฉุกเฉิน ไม่ได้ฉีดแบบไข้หวัดทั่วไป ปัญหาที่เกิดขึ้นก็แก้กันไป รัฐบาลไม่ได้นั่งนอนเฉยๆ หรือทำงานเช้าชามเย็นชาม ถ้าไปพูดแต่ความขัดแย้ง ไม่เกิดประโยชน์ เป็นกังวลว่าถ้าไปพูดเรื่องวัคซีนมากๆ เข้า จะมีปัญหาในการเขาจะส่งวัคซีนมาหรือไม่ ไม่อยากให้วัคซีนเป็นปัญหาการเมือง
“ขอให้ระมัดระวังและรับผิดชอบด้วย ที่จองไปแล้วอย่าให้มีปัญหา ถ้ามีปัญหาให้จำคำพูดของพวกท่านไว้ต้องรับผิดชอบ ไม่ไปคาดโทษอะไร แต่ที่ไปตกลงกันไว้ แล้วถ้าเขาไม่ให้เพราะสาเหตุที่มาจากการพูดตรงมีเรื่องกันละ เห็นใจคนทำงานด้วย อะไรที่ทำให้เชื่องช้า อย่าพูดอีก การพูดมันง่าย แต่ลองไปทำดูเองจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ส่วนการเลือกวัคซีนจะเลือกที่เหมาะสม ปลอดภัยกับประเทศไทย วันนี้วัคซีนผลิตจากหลายบริษัท ดังนั้น ในช่วงแรกๆ จึงแกว่งทั้งราคา จำนวนผลิต แต่ไปสักระยะสถานการณ์จะดีขึ้น ถ้ามีการผลิตเพียงพอ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องน่ายินดีคือ ประเทศไทยสามารถทดลองฉีดวัคซีนที่ผลิตเองได้แล้วในเดือนมีนาคม 2564 เป็นความร่วมมือการวิจัยและผลิตระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวัคซีน และองค์การเภสัชกรรม เป็นเทคโนโลยีวัคซีนเชื้อตาย มีความปลอดภัยสูง ผลค่อนข้างเคียงน้อย เก็บดูแลได้ง่าย ตั้งเป้าจะผลิตได้ปีละ 25-30 ล้านเข็ม หรืออาจถึง 60 ล้านเข็ม เราจะสนับสนุนในทุกมิติ นี่คืออนาคตประเทศไทย จะเริ่มเฟสหนึ่งในเดือนมีนาคม 2564 เฟสสอง พฤษภาคม 2564 เฟสสามปลายปี ถ้าเราทำได้จริง คงใช้เวลาอีก 1 ปี ประมาณปี 64-65 เราจะจดทะเบียนวัคซีนของเราเองได้ ก่อนที่จะทดลองเฟสหนึ่งฉีดในคนนั้น ได้ทดลองในหนูแล้วพบว่า ได้ผลดี เราจะมีวัคซีนที่ผลิตเองได้ในอนาคต

