ก้าวไกล จัดหนัก ‘เสี่ยเฮ้ง’ เปิดช่องค้าแรงงานเถื่อน ทำโควิดระบาด แฉใช้เครือข่ายปะทะม็อบ

‘ก้าวไกล’ จัดหนัก ‘เสี่ยเฮ้ง’ เปิดช่องค้าแรงงานเถื่อน ทำโควิดระบาดรอบสอง แฉใช้เครือข่ายปะทะม็อบ สร้างความแตกแยกให้ประเทศ

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเป็นวันที่ 2

น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในข้อกล่าวหาที่บริหารราชการบกพร่อง ปล่อยปละละเลยให้เกิดการค้าแรงงาน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 เลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติ และมีพฤติการณ์ปลุกปั่นเกลียดชังให้ทางการเมืองว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบไปถึงครอบครัว หลายคนไม่มีเงินจ่ายหนี้สิน ค่าเช่าห้อง หากกัดฝันสู้ต่อไม่ไหวก็ต้องกลับไปอยู่ต่างจังหวัด มีความหวังเดียวคือนโยบายจากรัฐบาล

Job Expo ขัดต่อ กม.คุ้มครองแรงงาน

น.ส.วรรณวิภากล่าวต่อว่า เมื่อนายสุชาติเข้ารับตำแหน่ง ก็มีโครงการแก้ปัญหาการจ้างงาน 2 โครงการ คือ โครงการการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำคัญผู้จบการศึกษาใหม่ และโครงการ Job Expo โครงการการส่งเสริมการจ้างงานใหม่ที่มีการตั้งเป้าหมาย 260,000 คน ใช้งบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นการจ้างงานให้คนจบใหม่

โดยรัฐช่วยผู้ประกอบการออกเงินเดือน แต่ก็ล้มเหลว เพราะจ้างงานได้เพียง 7,000 คนเท่านั้น จากนั้นก็กดค่าแรงในช่วงวิกฤต ประกาศยกเลิกเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา และให้เจรจากันเอง ซึ่งค่าแรงตามวุฒิก็แทบไม่พอกินอยู่แล้ว

ส่วนโครงการ Job Expo ที่โม้ว่าจะมีคนเข้าร่วมโครงการ 1 ล้านตำแหน่ง แต่ก็มีคนเข้าไปสมัครเพียง 134,000 ครั้งเท่านั้น จึงไม่คุ้มค่าใช้จ่ายในการจัดงานเลย มิหนำซ้ำงานจากหน่วยงานรัฐเองที่มาประกาศหาในครั้งนี้ ก็กดขี่ค่าแรงเสียเอง ให้เงินเดือนเพียง 5,000 บาทต่อเดือน ชัดเจนว่าขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สัญญาจ้างเพียง 12 เดือน เรียกว่าสัญญาทาส เพราะไม่ได้รับสวัสดิการอะไรเลย ถ้าท่านตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะรู้ว่าการมีงานมั่นคงมีค่ามากแค่ไหน หากมีงานนี้รอบหน้า เปิดแค่ตำแหน่งเดียวพอ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

บริหารงาน กระทบกองทุนประกันสังคม

ในส่วนของเงินกองทุนประกันสังคม พอมีปัญหา กลับลดเงินจ่ายสมทบ ไม่ยอมจ่ายโปะคืน การกระทำเช่นนี้ ทำให้กระทบต่อกองทุนประกันสังคมโดยตรง แรงงานไม่รู้ว่าจะได้รับบำนาญหรือไม่ ทั้งที่จ่ายเงินสมทบทุกเดือน นอกจากนี้มีการลดเงินประกันสังคมตลอดสามครั้ง ทำให้เสียรายได้เกือบ 7 หมื่นล้านบาท

ความเสียหายจากกองทุนประกันสังคม กระทรวงแรงงานนำเงินประกันสังคมมาใช้รวมแล้ว 8 หมื่นล้านบาท โดยยังไม่คิดจะจ่ายเงินคืนให้กองทุนประกันสังคม เป็นการซ้ำเติม เพราะรัฐบาลมีหนี้ค้างจ่ายในส่วนนี้ ทั้งหนี้เก่าหนี้ใหม่กว่า 1.8 แสนล้านบาท

รัฐบาลการ์ดตก เปิดช่องค้าแรงงานข้ามชาติเถื่อน

น.ส.วรรณวิภากล่าวต่อว่า การแพร่ระบาดอีกระลอกเกิดขึ้นเพราะรัฐบาลการ์ดตกเสียเอง ไม่สนใจแรงงานข้ามชาติขาดแคลน เพราะข้ามกลับไปในช่วงที่เกิดการระบาดรอบแรก เมื่อการแพร่ระบาดลดลง ก็เกิดความต้องการแรงงาน จนเกิดการทะลักเข้ามาจากชายแดน ตั้งแต่นายสุชาติเข้ามาทำงานไม่ได้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้อย่างไร เงื่อนไขการเข้ามาของแรงงานข้ามชาติก็มีเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ท่านก็ไม่คิดมีมาตรการแบ่งเบาภาระนายจ้างเลย

จึงไม่แปลกใจที่นายจ้างใช้บริการนายหน้าค้ามนุษย์และเจ้าหน้าที่ เพราะมีค่าใช้จ่ายประมาณ​ 10,000 บาท มีทั้งจ่ายแบบสดและแบบผ่อน มีหลายธุรกิจยอมจ่ายใต้โต๊ะ เพราะราคาถูกและไม่ต้องกักตัวแรงงาน มีการจ่ายส่วยตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำ ที่ท่านไม่ยอมจัดการเรื่องการขาดแคลนแรงงาน เป็นเพราะเอื้อให้เกิดการลักลอบเข้าประเทศ ความผิดพลาดที่ทำให้แรงงานขาดแคลน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอีกรอบ ยิ่งกว่ารอบแรก ทำให้เศรษฐกิจล้มเหลว

แน่นอนว่านายสุชาติพยายามจะประกาศนิรโทษกรรมแรงงานผิดกฎหมาย เป็นทางเดียวที่ทำให้แรงงานออกมาจากที่ซ่อน แต่จากนโยบายนี้ทำให้นายจ้างลอยแพลูกจ้าง เพราะกลัวความผิด แบบนี้เราจะคุมการแพร่ระบาดได้อย่างไร ท่านตั้งเป้าให้เกิดการลงทะเบียนแรงงานผิดกฎหมาย 5 แสนราย ก็ไม่รู้ว่าท่านเอาตัวเลขนี้มาจากไหน ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีแรงงานเถื่อนอยู่เท่าไหร่ นี่คือความล้มเหลวที่ท่านต้องยอมรับ อยากรู้ว่าท่านจะแก้ปัญหาแรงงานเพื่อควบคุมโควิด-19 ได้อย่างไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon