รัฐเร่งจ่ายเหยื่อบึ้มใต้ในส.ค.นี้ เสียชีวิตรายละ1.2 ล้าน

“วิษณุ” สั่งจ่ายเงินเยียวยาเหยื่อบึ้ม 7 จว.ใต้ให้เสร็จภายในส.ค.นี้ คนเสียชีวิตได้รายละ 1.2 ล้านบาท

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่ห้องประชุมอรรถไกวัลวที ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมหาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิด โดยมีพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

จากนั้นเวลา 10.20 น. นายวิษณุแถลงภายหลังการประชุมว่า จากการประชุมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการวางระเบิดและการวางเพลิงเผาทรัพย์ 7 จังหวัดภาคใต้ เราได้ข้อยุติเรื่องการเยียวยาว่ามีผู้ได้รับความเสียหายดังนี้คือ ชาวต่างชาติไม่มีผู้เสียชีวิตเลย แต่มีคนไทยที่เสียชีวิตจำนวน 4 ราย ส่วนกรณีบาดเจ็บทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนทั้งสิ้น 37 ราย แบ่งออกเป็นคนไทย 26 ราย และชาวต่างชาติ 4 สัญชาติ คือสัญชาติเยอรมัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และออสเตรีย 11 ราย ขณะนี้รักษาพยาบาลและเดินทางกลับประเทศไปแล้ว 10 ราย ยังรักษาพยาบาลอยู่ในประเทศไทยอีก 1 ราย

นายวิษณุกล่าวว่า การสงเคราะห์เยียวยานั้นได้ดำเนินการเบื้องต้นไปแล้วอย่างรวดเร็วทันทีที่ทราบว่าเกิดเหตุ หลายหน่วยงานก็เข้าไปให้ความช่วยเหลือ สำหรับการเยียวยากรณีผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายจากรัฐไม่รวมส่วนอื่นๆ อย่างน้อยจะได้รายละ 1,180,000 บาท ซึ่งเป็นการเยียวยาที่ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ ส่วนกรณีบาดเจ็บทั้ง 37 รายนั้นเนื่องจากแต่ละรายมีอาการบาดเจ็บไม่เท่ากันจึงมีหลักเกณฑ์ที่จะใช้ดำเนินการดังนี้ 1.การรักษาพยาบาลที่รัฐจะเข้าไปดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะรับไปดูแล ส่วนเพิ่มเติมในบางคนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้านอนเจ็บอยู่เป็นเดือนทำให้ขาดรายได้จึงจะจ่ายให้ในลักษณะค่าไร้อาชีพและค่าไร้การงานรวมไปถึงเงินทำขวัญและการช่วยเหลือที่ไม่มีใบเสร็จจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมีเงินจากกองทุนต่างๆ ช่วยเหลือ อาทิ เงินจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม และเงินบางส่วนจากระเบียบการช่วยเหลือกระทรวงมหาดไทย (มท.) ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้ง 37 รายจะได้รับเงินไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บ แต่สำหรับผู้บาดเจ็บชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย รัฐก็จะดูแลเรื่องค่าเดินทางกลับประเทศให้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ญาติผู้บาดเจ็บชาวต่างชาติต้องเดินทางเข้ามาดูแลผู้บาดเจ็บด้วย ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้

นายวิษณุกล่าวต่อว่า ส่วนการช่วยเหลือสงเคราะห์ความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย แผงลอยโดยหลักเกณฑ์จะไม่มีช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตามมท.มีระเบียบช่วยเหลือภายใต้ข้อแม้ว่าต้องเป็นเคหะสถานที่อยู่อาศัย ห้างร้าน ซึ่งไม่รวมแผงลอยหรือหาบเร่แต่อย่างใด โดยจะมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาและสั่งจ่ายจากกองทุนมท.ได้ทันที แต่หากมีปัญหาก็สามารถแจ้งมายังสปน. เนื่องจากสปน.ก็มีระเบียบอีกระเบียบหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือเยียวยาเรื่องที่อยู่อาศัยได้เช่นเดียวกัน ส่วนห้างสรรพสินค้า ตลาดที่เกิดความเสียหายเช่นเดียวกันนั้นส่วนใหญ่สถานที่เหล่านี้จะมีประกันก็ขอให้ไปรับจากประกัน แต่ถ้าไม่มีประกันแล้วสถานที่นั้นตีเป็นที่อยู่อาศัยก็จะเข้าข่ายการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่อยู่อาศัยต่อไปตามดุลยพินิจของผู้ว่าฯ

“ในการจ่ายเงินนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนคราวราชประสงค์ เราจึงอยากให้จ่ายในเชิงบูรณาการ เนื่องจากการช่วยเหลือมาจากหลายหน่วยงานภาครัฐ เราจึงพยายามรวมเงินจากทุกๆหน่วยงานแล้วให้ผู้ว่าฯ เป็นคนมอบแล้วขึ้นทะเบียนบัญชีให้ทราบกัน ทั้งหมดมีข้อแม้ว่าถ้าในอนาคตมีอาการบาดเจ็บหรือมีความเสียหายก็ให้แจ้งผ่านผู้ว่าฯ การสงเคราะห์ก็จะเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต ทั้งนี้การจ่ายเงินและสรุปบัญชีทั้งหมดจะต้องเรียบร้อยภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งบางส่วนได้ทยอยจ่ายไปแล้ว เช่น กรมคุ้มครองสิทธิกระทรวงยุติธรรม พม.ก็จ่ายแล้ว โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เดินทางกลับไปแล้ว 10 ราย และการจ่ายเงินครั้งนี้จะไม่ถือเป็นระเบียบอะไร โดยจะใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวในครั้งนี้เท่านั้น แต่ทางสปน.คงจะต้องไปตั้งเป็นระเบียบเพราะเรามีบทเรียนมา 2 ครั้งแล้ว จึงจะต้องวางแนวทางชัดเจน” นายวิษณุกล่าว

รองนายกฯกล่าวว่า ส่วนการติดตามเยียวยาชาวต่างชาติที่บาดเจ็บที่เดินทางกลับไปแล้วนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวฯรายงานว่าเบื้องต้นเขาไม่ได้ต้องการอะไรเพิ่มเติม เพราะเราได้รักษาพยาบาลดูแลให้เขาหมดทุกอย่าง ส่วนไหนที่เกินทางสธ.ก็ออกค่าใช้จ่ายให้หมด เว้นแต่เมื่อเขาอาจประสบปัญหาอะไรขึ้น เช่น ผ่านไป 1 เดือนเกิดป่วยสืบเนื่องจากเหตุระเบิดครั้งนี้ก็สามารถแจ้งมาได้ โดยสธ.จะดูแลให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

“ขณะนี้ไม่มีคดีฟ้องร้องรัฐ คราวเหตุระเบิดราชประสงค์ก็เช่นเดียวกัน โดยคราวราชประสงค์ได้จ่ายไปหมดแล้ว เหลือการสงเคราะห์อีกประมาณ 7 รายที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งยังไม่ขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม จึงให้เจ้าหน้ารัฐเข้าไปสอบถามจะดีกว่า” นายวิษณุกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่”โวยต้องให้สั่งทุกเรื่อง ผักตบชวาก็ไม่เว้น เสนอไอเดียบ้านไหนมีปรับต้นละ100(คลิป)
บทความถัดไปเล่นกันโหด! มือปืนใช้ 11 มม.ดักยิงเซียนไก่ปางตาย ตร.เชื่อปมขัดแย้งในบ่อนไก่ชน!