หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล งัดคล...

ก้าวไกล งัดคลิป แฉเครือข่ายปฏิบัติการไอโอ ร่ายกลอนโต้ ‘บิ๊กตู่’ รั้วของชาติข่มเหงปชช.

19.02.21 | 12:03 น.

ก้าวไกล เปิดฉากซักฟอกวันที่ 4 งัดหลักฐานแฉปฏิบัติการไอโอ สร้างความเกลียดชัง เชื่อ นายกฯรู้ดีแก่ใจทำอะไรลงไป เปิดคลิปกลางสภาฯทหารคอนเฟอร์เรนซ์ สั่งมอบภารกิจโจมตีฝ่ายตรงข้าม ร่ายกลอนสวนกลับ “บิ๊กตู่” รั้วของชาติข่มเหงปชช.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเป็นวันที่ 4 โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า วันนี้ประเทศไทยเราอยู่ในประเทศที่มีทหารเป็นใหญ่ มีอดีต ผบ.ทบ.ที่เดินทางจากวันนั้นถึงวันนี้ ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ มีนายกฯที่ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงเป็นความภูมิใจของทหารไม่ใช่น้อย แม้พวกตนจะไม่ภูมิใจ กับพฤติกรรมอย่างนี้ วันนี้พฤติกรรมของคำสั่งผู้บังคับบัญชา มีออกมามากมายทำให้เหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี ต้องพลอยมัวหมองไปด้วย แทนที่จะต้องมาปกป้องประชาชนจากศัตรู กลับต้องมาทำสงครามน้ำลายกับประชาชนในโลกออนไลน์

คือเรื่องของปฏิบัติการทางข้อมูลสื่อสารของกองทัพ หรือปฏิบัติการไอโอ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะรู้ดีเนื่องจากมีคนของกองทัพเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่จากการอภิปรายเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการพูดถึงกองทัพ แต่การตอบของนายกฯ ยังเป็นที่เคลือบแคลงใจสงสัย เราพูดกันเรื่องงบประมาณ การซื้อของแพงเกินจริงตั้งแต่กางเกงในยันเรือดำน้ำ สุดท้ายนายกฯ ตอบว่าพวกตนไม่รักทหาร ซึ่งไม่ตรงคำถาม และการที่แอบอ้างว่ารักชาติรักแผ่นดิน แล้วกล่าวหาคนอื่นว่าไม่รักชาติ ไม่รักแผ่นดิน อย่างนี้หรือที่เรียกว่าพฤติกรรมของผู้นำ และกำลังทำตัวเป็นชาติเสียเอง

อัด พล.อ.ประยุทธ์ ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ตนขอกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อ คือ 1. ไม่ปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วน 12 ประการที่แถลงไว้ในสภาฯ โดยเฉพาะข้อที่7 ที่สัญญาว่าจะป้องกันและลดผลกระทบเชิงสังคม ความปลอดภัย อาชญากรรมทางไซเบอร์ แต่ตรงกันข้ามท่านกลับก่ออาชญากรรมทางไซเปอร์เสียเอง เผยแพร่ข่าวสร้างวาทะกรรมเกลียดชัง ด้อยค่าประชาชน โจมตีผู้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล มองประชาชนเป็นศัตรู

2.จงใจใช้งบประมาณ แผ่นดิน เวลาราชการ บุคคลากรของรัฐ สร้างความเกลียดชัง โจมตีพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โจมตีนักสิทธิมนุษยชน โจมตีประชาชนทั่วไปไม่สอดคล้องกับพันธกิจของหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการนายกฯ หรือแม้กระทั่งกองทัพทุกเหล่าทัพ และ

Advertisement

3. มีพฤติกรรมโกหกซ้ำซาก ปฏิเสธว่าไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร แต่ท่านไม่ตอบใดๆให้ประชาชนได้รับรู้ ไม่ตอบสนองการตรวจสอบของประชาชน ไม่ตอบสนองการตรวจสอบของสภาฯ หรือพูดง่ายๆท่านไม่สนโลกอะไรเลย ยังคงทำตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค์ ยุยงปลุกปั่น เผยแพร่ข่าวปลอมแก่ประชาชน เป็นคนชักใยกลไกต่างๆ เพียงเพื่อค้ำยันบรรลังก์อำนาจของตนเอง

“ข้อกล่าวหาทั้ง 3 ข้อ ผมเชื่อว่านายกฯ รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรลงไป และเผลอๆ รู้ด้วยว่าวันนี้ผมจะถามอะไร แต่วันนี้รู้ และหลักฐานทนโท่ ประชาชนรู้ทั้งประเทศ ผมอยากรู้ว่าครั้งนี้จะปฏิเสธอย่างไร จะปฏิเสธอย่างชายชาติทหารว่า ไม่รู้ไม่เห็นอีกหรือไม่ วันนี้เรามาดูกัน ถ้าหลักฐานที่ผมจะเอามาพูดแล้วบอกว่าไม่รู้ ไม่ใช่ อย่างนี้อาการหนักแน่นอน” นายณัฐชา กล่าว

เผยคลิปคอนเฟอร์เรนซ์ โจมตีฝ่ายตรงข้าม

ทั้งนี้ นายณัฐชา ได้เปิดคลิปวิดีโอ การประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ ของการประชุมมณฑลทหารบกที่ 21 โดยในเนื้อหาของวิดีโอดังกล่าวระบุเป็นการสั่งมอบภารกิจให้โจมตีขข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งตอนหนึ่งของวีดีโอ มีการเปิดเผยว่า เป็นคลิปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 63 ซึ่งเป็น 4 วันก่อนที่จะมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ แต่การประชุมในวันดังกล่าว ผู้บังคับบัญชากลับสั่งให้ลูกน้องของตนเองเตรียมตัวรับมือกับการยุบพรรคที่จะมาถึง อาจมีการโจมตีทหารมากขึ้นก็ขอให้พวกเราช่วยประชาสัมพันธ์ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ

นายณัฐชา กล่าวว่า เป็นไปได้อย่างไรว่าทหารรู้กันทั้งกองทัพล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการยุบพรรค อีกทั้งยังมีการเน้นย้ำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าทำเอกสารหลุดไปถึงมือสื่อมวลชน โดยเฉพาะเอกสารด้านการเเงิน และเมื่อชมคลิปแล้วท่านจะบอกอีกหรือไม่ทหารไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทหารไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่มีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารจากกองทัพ ไม่รู้ไม่เห็นว่าข้าราชการ นายทหารไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการสั่งการปฏิบัติการลับต่างๆ ตนคิดว่าหทารรู้ดีว่าถ้ากำหนดศัตรูผิดตัวก็น่าจะมีแต่ความพ่ายแพ้ เพราะกำหนดศัตรูที่ไม่มีอยู่จริงแล้วเฝ้าโจมตีอยู่แต่กลับประชาชน ตนคิดว่าวันนี้คนที่ชื่นชมท่านน่าจะมี แต่ท่านนำสิ่งแปลกปลอมเข้าไปเจือปนจนวันนี้ไม่เหลืออีกแล้ว นี่คือปฏิบัติการไอโอของกองทัพ 100 เปอร์เซนต์

แบ่งทีมทำงาน ขาว-ดำ

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีเอกสารว่าด้วยการทำไอโอผ่านการอบรมหลักสูตรจิตอาสา มีกลไกการทำงานแบ่งเป็นทีม มีทีมขาว ทีมดำ ฝ่ายขาว คอยพีอาร์ประชาสัมพันธ์เชิดชู เทิดทูน ฝ่ายดำมีการทำงานโจมตีมุ่งด้อยค่าประชาชน ด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม กล่าวหาไม่จงรักภักดี มีการแบ่งทีม “ซ1” เด็กหัดเล่นใหม่ ทีม “ซ2” เล่นเป็นแล้วคอยกดไลน์ กดติดตาม เพิ่มความน่าเชื่อถือ ทีม “ซ3” คอยผลิตข้อความยาวๆ สร้างสรรค์ ที่คิดมาแล้วทุกรูปแบบ ที่จะโจมตีฝ่ายตรงข้ามได้

ส่วนฝ่ายดำ “ซ3.2” ทำงานคล้ายๆ ซ3 ทุกอย่าง แต่คอยผลิตวาทกรรม ข้อความด้านมืด เน้นโจมตี “ฝตข” คือฝ่ายตรงข้าม และจะต้องกดไลน์ กดติดตาม คนที่มีพฤติกรรมเดียวกัน คือโจมตีฝ่ายตรงข้าม เพื่อสร้างโครงข่ายมีทั้งตัวจริง ตัวปลอมสลับกันไปมา และเอกสารดังกล่าวยังมีการสั่งการผ่านสองแอปพลิเคชั่น ให้กับหน่วยงานเอกชนผลิตแอพฯ ให้เพื่อสะดวกแก่การสั่งการปลอดภัยแก่การปฏิบัติหน้าที่ คือทวิตเตอร์บอทแคช ใช้ในการปั่นแท็ก สามารถทวิตข้อความได้เป็นร้อยข้อความได้ และฟรีเมสเซนเจอร์ สองแอพพ์ นี้ ใช้ในระดับแกนนำ ระดับนายพล และระดับผู้บังคับบัญชา

เพราะถ้าเป็นไลน์กลุ่มอาจจะโดนทลายได้ แต่ระดับปฏิบัติการพลทหาร ชั้นประทวน ยังใช้ไลน์กลุ่มอยู่ แต่เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นโดยเป็นไลน์โอเพ่นแชท โดยจะต้องมีการกดยอมรับก่อนว่าเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ โดยฝ่ายพัฒนาแอปพลิเคชันตั้งรหัสพัฒนาว่า จิตอาสาไอไอ เพื่อให้ทราบว่าเป็นของกองทัพ

เป้าหมายต้องมีบัญชีไอโอ 54,800 บัญชี

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า การใช้งานของทั้งสองแอพพ์นี้ มีหน่วยงานของกองทัพใช้แล้ว โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องมีบัญชีไอโอทั้งหมด 54,800 บัญชี ผ่านการควบคุมของกองทัพ 19 หน่วยงานพร้อมกันนั้นยังสอนการปั่นทวิตเตอร์และการทำงาน อย่างไรก็ตามเอกสารนั้น พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ยืนยันว่าเป็นของจริง ทำเพื่อประชาสัมพันธ์กองทัพ และเป็นการพัฒนาสื่อสารออนไลน์ ซึ่งตนขอตั้งคำถามว่ากาIประชาสัมพันธ์ ทำไมมีฝ่ายขาว เพื่อเชิดชู และ สรรเสริญ ฝ่ายดำเพื่อโจมตี หากประชาสัมพันธ์แบบนี้คนยิ่งเกลียด และเชื่อว่าประชาชนไม่ยอมหากจะใช้งบประมาณที่มาจากเงินภาษีของประชาชน เพื่อสร้างกระแสปลอมๆ แบบนี้ ทั้งนี้กรณีที่เกิดขึ้นปีที่ผ่านมาทวิตเตอร์สั่งแบนบัญชีผู้ใช้ปลอมและปั่นกระแสจำนวนมาก

ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า การปั่นกระแสดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพบก โดยมีพล.ต.จักรชัย ศรีคชา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) สั่งการให้ด้อยค่าความเป็นมนุษย์ และมีพ.ท.ธรรม์ มาลัยทอง กองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์ หรือ “เฮียตือ หนามเป้า” สั่งการหลังบ้าน เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวตนถือว่าใช้กองทัพแบ่งแยกประชาชน เพื่อสร้างความเกลียดชัง และทำเพื่อประโยชน์ของ นายกรัฐมนตรี และพวกพ้อง

กรมประชาสัมพันธ์ ผลิตรายการโจมตีฝั่งตรงข้าม

ทั้งนี้ การปฏิบัติการไอโอ ยังขยายจากสังคมออนไลน์ มายังกรมประชาสัมพันธ์ อยู่ภายใต้การกำกับของพล.อ.ประยุทธ์ และที่มี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นอธิบดี ที่นำงบประมาณแผ่นดินผลิตรายการคุยถึงแก่น ตลอดเดือนมกราคม 2564 พบว่ารายการ 2 ชั่วโมง มีเนื้อหา 40 นาทีโจมตีฝ่ายตรงข้าม เชื่อว่าการแพร่ขยายดังกล่าว จะกระทบพรรคการเมือง นักการเมือง และ ประชาชน เพราะสร้างความแตกแยกและความเกลียดชัง นอกจากนั้น ยังพบการสร้างความเกลียดชังผ่านทวิตเตอร์ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการนายกฯ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่าคือการปกป้องอำนาจตนเอง ไม่ใช่การปกป้องสถาบันเบื้องสูง

ฝากกลอนถึง บิ๊กตู่

“ผมขอฝากกลอนไปยังนายกฯ พิจารณาเพื่อปรับและยุติพฤติกรรม “ทุกวันนี้ศึกไกลไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงทหารไทย ไล่ข่มเหง เป็นไอโอยุแยกแตกกันเอง รั้วของชาติมาข่มเหงประชาชน”นายณัฐชา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปรายของนายณัฐชา นั้นมีส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อาทิ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.​ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ เนื่องจากการอภิปรายมีเนื้อหาพาดพิงถึงบุคคลภายนอก