มิน ซัด ‘ณัฏฐพล’ เด็ก 1,354 ร้องเรียน ‘นร.เลว’-โปรยเงิน 533 ตอกกลับ หลัง รมว.โยนค่าอาหาร 3 บาท ในสภา
สืบเนื่องจากกรณี สภาผู้แทนราษฎร เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลระหว่างวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ โดย กลุ่มม็อบเฟสต์ (Mob Fest) ได้นัดหมายชุมนุม MOB FEST #2 ตอน “7 ปีแห่งความล้มเหลว” คู่ขนานการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่หน้ารัฐสภา วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ในเวลา 17.00 น. โดยจะมีการอภิปราย 10 ประเด็นเร่งด่วนโดยประชาชน ด้วยนั้น
เมื่อเวลา 19.38 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายลภณพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือ มิน กลุ่มนักเรียนเลว ขึ้นอภิปรายในหัวข้อ “นรกที่ชื่อว่าโรงเรียน”
นายลภณพัฒน์กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน 3 ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.ก้าวไกล พูดถึง คณะรัฐมนตรี และรัฐบาล ซึ่งตัดงบความเสมอภาคทางการศึกษา 1 พันล้านบาท ออก ทำให้เด็ก 2 แสนคนได้รับเดือดร้อน แต่กลับเอาไปเพิ่มให้กองกำลังควบคุมฝูงชน เพื่อคุมม็อบ
ส.ส. คนที่สอง อภิปราย ถึง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ที่เอาคนสนิทใกล้ตัวเข้ามาดำรงตำแหน่ง ข้ามหน้าข้ามตาคนที่ทำงานประจำ ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติการทำงาน แต่ให้เข้ามาดูแลทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้าน
และ 3. ส.ส. อภิปราย ถึง องค์การค้าของ สกสค. ที่กู้ไปกว่า 3 แสนล้าน แต่ไม่สามารถใช้หนี้ได้ เพราะขาดทุน
ซึ่งทั้งหมด ไม่สามารถตอบได้ทั้ง 3 ประเด็น ตอบเพียงว่าเห็นด้วย แต่ไม่ได้ตอบคำถามใคร จนกระทั่ง ข้อ 3 ทำไมปล่อยให้คนสนิทเข้ามามีอำนาจ ใน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และเหตุใด จึงบริหาร สกสค. จนเป็นหนี้และขาดทุน ตอบไม่ได้สักคำถาม ยังมีหน้ามาบอกว่า คนที่เข้ามาคือคนเก่ง สามารถบริหาร ทำกำไรได้ แต่เก่งอย่างไรถึงบริหารขาดทุน หลักฐานไม่มี ดีแต่พูด ตอบ วกไปวนมา อ้างชื่อ นักเรียนเลวหลายรอบ ว่ารับฟังเขาแล้ว รับฟังอะไร ปัญหาเกิดขึ้นทุกวันในโรงเรียน
นายลภณพัฒน์กล่าวกล่าวต่อว่า 3 ข้อเรียกร้องของ นักเรียนเลว
1.หยุดคุกคามนักเรียน
2.ยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง
3.ปฏิรูปการศึกษา
ยังไม่มีข้อไหนสำเร็จ มีแต่ตั้งคณะกรรมการปาหี่ มาบอกว่า ไว้ผมทรงนี้ไม่ดีนะ ผู้ใหญ่มายุ่งอะไรกับหัวเด็กก่อน ผลงานมีเท่านี้ ตั้งคณะกรรมการไม่ได้แปลว่ารับฟัง รับฟังคือการทำให้ปัญหาหมดไปต่างหาก
“เพื่อยืนยันว่า ปัญหาความรุนแรง นักเรียนถูกคุกคาม ในรั้วสถานศึกษา เกิดขึ้นจริง เรามีหลักฐาน” นายลภณพัฒน์กล่าว
จากนั้น นายลภณพัฒน์นำปึกเอกสาร ออกมาชูต่อหน้ามวลชน
นายลภณพัฒน์กล่าวว่า 1,354 เรื่อง ปัญหาที่นักเรียนทั้งประเทศส่งมา ในครึ่งปี นายณัฏฐพล ทำให้เกิดขึ้น ใครต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่ใช่ครูต้องแก้ไข ปัญหามีทุกวัน หน้าที่ตนหรือไม่ เฉลี่ยวันละ 10 กว่าคน ยังบอกว่า ไม่มีปัญหา บอกนักเรียนถูกกล้อนผม มีแค่ 3 คนใน 1 ปี มาอ่านใน 1,300 กว่าคน มาดู
“เราต้องมานั่งฟังนักเรียนทุกวัน ใช่เรื่องไหม ต้องเสียเวลามาตอบว่า ปัญหาเกิดขึ้นทำอย่างไรดี ควรเป็นหน้าที่ ศธ. หรือไม่ อย่าอ้างว่ามีสายด่วน โทรไปสิ 20 ครั้ง ติดครั้งหนึ่ง ครูไม่ทำงานก็ไม่บอก ข้อมูลก็ไม่มี พูดไม่ตรงกัน คุยกันสิ มีไลน์ไหม
1,354 คน ยังไม่นับเรื่องที่ร้องเรียนผ่านองค์กรอื่น ยังไม่นับเรื่องที่ไม่ได้ร้องเรียนแล้วเก็บไว้กับตัวอีก คุณปล่อยให้นักเรียนเดือดร้อนขนาดนี้ได้อย่างไร สุดท้าย ณัฏฐพลออกมาบอกว่า เป็นแค่เสียงส่วนน้อย แต่ต่อให้มีนักเรียนเดือดร้อน 1 คน ก็คือหน้าที่ของ ศธ. หรือไม่ มียางอายไหม หรือมีแต่นกหวีด”
“ล่าสุด งบอาหารกลางวันนักเรียน เพิ่มจาก 20 เป็น 21 บาท เป็นบุญคุณมาก 1 บาท เยอะมาก แต่ ส.ส.วิโรจน์เคยพูดว่า อยากเพิ่มงบอาหารกลางวันนักเรียน จาก 20 เป็น 24 บาท ซึ่งบอกว่าเป็นความคิดที่กลวง แต่เพิ่มมา 1 บาท เมื่อวานมาชี้แจงว่า ไม่ใช่ 1 บาท แต่ได้เพิ่มมา 3 บาท ซีนเด็ด ของรัฐมนตรี ศธ. คือการหยิบเหรียญมาโยนบนโต๊ะว่านี่คือเงิน 3 บาท รมว. กล้าจะหยิบเหรียญมาโยนบนโต๊ะ ถูกต้องแล้วหรือ เห็นนักเรียนเป็นอะไร ประชาชน พ่อแม่นักเรียน เป็นคนจ่ายภาษีให้คุณไปทำงาน แต่คุณเอาเงินมาโรยลงบนโต๊ะ มันได้หรอ
ค่าอาหารนักเรียน 21 แต่รู้ไหม ค่าอาหารของ นายณัฏฐพลมื้อละเท่าไหร่ เฉลย อาหารกลางวันของรัฐมนตรี และ ส.ส. ในสภา ตกมื้อละ 533 บาท มื้อนั้นกินบุฟเฟ่ต์ได้ แต่ค่าอาหารนักเรียนมื้อละ 21 บาท แถมยังโรยเงินให้ด้วย จึงอยากลองทำอย่างนั้นบ้าง” นายลภณพัฒน์กล่าว
จากนั้น นายลภณพัฒน์ ทำการโปรยเหรียญจำนวน 533 บาท
“ฝากไว้ให้คิด รัฐมนตรีคนนี้สมควรอยู่หรือไม่ ออกไปได้แล้ว” นายลภณพัฒน์กล่าว
เวลา 20.34 น. มวลชนร่วมกันปิดถนน ทุกเลน โดยมี กลุ่มราษดรัม ตีกลองให้จังหวะ ทั้งนี้ มวลชนบางส่วนได้นำหม้อมาร่วมเคาะส่งเสียงด้วย
เวลา 20.35 น. แกนนำปราศรัยประกาศปิดถนนสามเสนช่วงหน้าบริษัทสามเสนบริวเวอรี่จำกัด ทั้งสองช่องทาง โดยนำแผงเหล็กวางกั้นไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงประจำการอยู่จุดเดิมใกล้กับรัฐสภา
เวลา 20.45 น.ตำรวจควบคุมฝูงชนจัดแผงเหล็กปิดถนนสามเสนฝั่งมุ่งหน้าแบกเกียกกาย ช่วงก่อนถึงทางเข้าหน้ารัฐสภา พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนกับผู้ชุมนุมให้อยู่ในเขตที่กำหนดในฝั่งของตัวเอง











