คะแนนไว้วางใจของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มา 258 ในการลงมติเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์
นั่นแหละ คือ สงคราม “สั่งสอน”
อาจจะห่างไม่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจากพรรคเดียวกันได้มา 263
แต่ห่างอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ 274 ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
มองจาก 10 รัฐมนตรีด้วยกันอันตกเป็นเป้าหมายของการอภิปรายทั่วไปรู้กันอยู่อย่างเด่นชัดว่าคะแนนไว้วางใจของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นที่โหล่
ยิ่งเทียบกับ 3 คน จากพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งรั้งท้าย
คะแนนไว้วางใจที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้มาอย่างนี้อาจไม่ถึงกับทำให้ต้องมีการปรับ ครม.อย่างฉับพลันทันใด
แต่หาก “ปรับ” เมื่อใด ก็อาจต้อง “โดน” เมื่อนั้น
ต้องยอมรับว่าการดำรงอยู่ของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ มีความเด่นชัดว่าเป็นการดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นตัวแทนของใคร
บทบาทเด่นก็คือ บทบาท “กปปส.”
อาจมีส่วนอย่างสำคัญในการหนุนเสริมการเคลื่อนไหวในการ “ชัตดาวน์” กรุงเทพมหานครร่วมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อเดือนมกราคม 2557
แต่ก็มิได้ไปกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ตรงกันข้าม หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และพวก โน้มเอียงมาอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากกว่า
กระทั่งได้เป็นบัญชีรายชื่อ หมายเลข 1 ในพรรคพลังประชารัฐ
กระทั่งกลายเป็นแคนดิเดต 1 ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่เมื่อพลาดหวังก็ยังได้รับการตอบแทนด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
แล้ว นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ พลาดตอนไหน
จังหวะพลาดอย่างแรงของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เมื่อเขาแสดงความจริงใจที่จะเข้าไปมีบทบาทในการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.
รู้ทั้งรู้ว่า “ผู้ใหญ่” เตรียม “คน” ไว้แล้ว
นั่นก็คือ เตรียมตำแหน่งนี้ไว้ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งเพิ่งเกษียณจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหมาดใหม่
แต่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เห็นว่า นางทยา ทีปสุวรรณ เหมาะสมกว่า
ต้องยอมรับว่า ไม่ว่า นางทยา ทีปสุวรรณ ไม่ว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ล้วนเติบใหญ่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ และมีฐานทางการเมืองอยู่ใน กทม.
นางทยา ทีปสุวรรณ เคยเป็น “รองผู้ว่าฯกทม.” ด้วยซ้ำ
กระนั้น ท่วงทำนองการเสนอชื่อ นางทยา ทีปสุวรรณ โดย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นั้นมากด้วยความมั่นใจในพลานุภาพแห่งตน
มองข้ามความหมายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อย่างเย็นชา
คะแนนไว้วางใจ 258 จากที่พรรคร่วมรัฐบาลมีอยู่โดยพื้นฐาน 278 ของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จึงเป็นรูปธรรมอันจำหลักหนักแน่นในทางการเมือง
เท่ากับเป็นการเล่นกันเอง
เท่ากับเป็นการประจานให้รู้ว่า แท้จริงแล้ว น้ำหนักของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน และโดยเฉพาะในพรรคพลังประชารัฐด้วยกันเป็นอย่างไร
ในที่สุดแล้ว นี่ย่อมเป็น “สงครามสั่งสอน” ในทางการเมือง

