บทนำ : หลังอภิปราย

24.02.21 | 13:43 น.

การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลผ่านไปแล้วก็จริง แต่ผลคะแนนและการลงมติก่อให้เกิดปัญหาตามมา เมื่อเกิดปรากฏการณ์งูเห่าในเชิงการลงคะแนน เมื่อมี ส.ส.พรรคก้าวไกล 4 คน ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และมี ส.ส. 6 คนในกลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ งดออกเสียงในการโหวตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ก็มี ส.ส.ลงมติสวนทางมติพรรคเช่นกัน ทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียดระหว่างพรรค ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน และพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งต้องจับตาดูว่าแต่ละพรรคจะดำเนินการอย่างไรกับ ส.ส.ที่ไม่ได้ลงคะแนนตามแนวทาง หรือตามมติของพรรค

สภาพการเมืองที่การดึงตัว ส.ส.ให้ย้ายสังกัดมาอยู่อีกพรรคหนึ่งเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมามากพอสมควร และเกิดขึ้นเป็นระยะในห้วงหลังเลือกตั้งปี 2562 และรัฐบาลชุดนี้เข้าทำหน้าที่บริหารงาน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หรือปี 2560 เปิดทางให้ ส.ส.ย้ายพรรคได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ประกอบกับรัฐธรรมนูญออกแบบให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นได้ยาก รัฐบาลมีแนวโน้มจะอยู่ในตำแหน่งได้อย่างยาวนานจนอาจจะครบวาระได้ ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งต้องการมีส่วนในการกำหนดงบประมาณ จึงหาทางย้ายไปอยู่พรรครัฐบาล เพื่อจะมีส่วนในการทำให้งบประมาณไปลงท้องถิ่นของตนเอง เพื่อประโยชน์ทางด้านคะแนนเสียง

ส่วนกรณี ส.ส.ไม่โหวตตามมติพรรค หรือสวนมติพรรค เกิดจากความไม่พอใจคำตอบของรัฐมนตรี และอาจมีปัจจัยจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาก่อน เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องสืบสาวราวเรื่องและดำเนินการตามข้อบังคับพรรคกันต่อไป อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการดำเนินการต่อ ส.ส.แล้ว แต่ละพรรคโดยเฉพาะพรรครัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่ฝ่ายค้านตีแผ่เอาไว้ระหว่างการอภิปรายด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 การก่อสร้างโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ในการบริหารงาน เพราะเป็นปัญหาที่มีผลต่อประชาชน โดยต้องปรับปรุงการทำงาน ควบคู่ไปกับพิจารณาความเหมาะสมในการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้วย