ภาคีเซฟบางกลอย แนะอย่าละเลยความเป็นคน เลิกโลกสวยมองป่าต้องมีแต่ต้นไม้ ชวนปลดพันธนาการชาติพันธุ์
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ สืบเนื่องกรณีภาคีเซฟบางกลอยนัดหมายรวมตัวแสดงพลังที่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯในวันนี้ เวลา 17.00 น. จากประเด็นภาครัฐมีความพยายามผลักดันชาวกะเหรี่ยงให้ออกจากบ้านบางกลอย-ใจแผ่นดินภายในวันนี้เวลา 18.00 น. แม้ว่าเพิ่งมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างตัวแทนรัฐ และภาคประชาชนเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาใน 3 ข้อเรียกร้อง 6 ข้อเสนอเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยประเด็นเร่งด่วนคือการยุติการคุกคามชาวบ้าน เปิดทางให้กลับไปใช้ชีวิตตามวิถีดั้งเดิม
บรรยากาศตั้งเวลาราว 18.00 น. มีการผลัดกันปราศรัยในประเด็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. นายณัฐวุฒิ อุปปะ ตัวแทนภาคีเซฟบางกลอย กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชุมชนบางกลอย-ใจแผ่นดินว่า ใจแผ่นดิน มีหลักฐานการมีอยู่ตั้งแต่ พ.ศ.2455 ในขณะที่เพิ่งประกาศอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อ พ.ศ.2524 นี้เอง ทำไมวันนี้บอกว่าชุมชนใจแผ่นดินบุกรุกอุทยาน การพูดความจริงคือสิ่งที่ต้องยอมรับก่อน
“เมื่อนึกถึงใจแผ่นดิน นึกถึงการจัดการที่ดินที่ล้มเหลวของรัฐไทยซึ่งไม่เพียงกระทบต่อชาวบ้านแต่กระทบถึงทุกคนในประเทศ รัฐต้องปรับวิธีคิด กฎหมายบอกว่าชุมชนทำผิด แต่ไม่เคยไปถึงนายทุนเลย ตอนมีการเผาขุมชน เจ้าหน้าที่บางคนยืนถ่ายรูปอย่างภาคภูมิใจ มีการใส่ร้ายว่าพวกเขาไม่ใช่คนไทย สิ่งที่ทำคือการผลักดันคนที่ไม่ใช่คนไทย ทั้งที่เขามีบัตรประชาชน มีการกล่าวอ้างว่าถูกบุกรุก ทั้งที่คนบุกรุกคืออุทยานแห่งชาติ ชาวบ้านไม่ได้กลับไปบุกรุก แต่กลับไปในพื้นที่เดิมที่เขาเคยอยู่เมื่อปี 2455 เป็นจุดเดิมที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นจุดเดิมที่เคยทำกิน เราต้องร่วมกันยืนยันว่า นั่นคือที่ของเขา ไม่ใช่ของรัฐตามที่ถูกหลอกลวง นี่คือความบิดเบี้ยวของการจัดการด้านที่ดินของไทย ขอให้เลิกวาทกรรมโลกสวย ป่าต้องมีแต่สีเขียวของต้นไม้ ต้องการป่าบริสุทธิ์ ละเลยความเป็นมนุษย์” นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขอให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำข้อมูล ข้อเท็จจริงมาดูกัน แต่สิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้คือการเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า เพราะเพิ่งลงนามในบันทึกข้อตกลง แต่ล่าสุดกลับมีการดำเนินคดีกับชาวบ้านกว่า 10 ราย
จากนั้น เวลาราว 19.00 น. มีการแสดงละคร โดยนำเชือกฟางมัดมือมัดเท้า ปิดตาผู้แสดงที่รับบทเป็นชาวปกากะญอหรือกะเหรี่ยง จากนั้น เชิญชวนผู้ร่วมกิจกรรมให้ช่วยกันแก้มัด เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมกันปลดพันธนาการกลุ่มชาติพันธุ์จากภาครัฐ


