ไม่ว่าการออกโรงตั้ง “พรรคประชาชนปฏิรูป” โดย นายไพบูลย์ นิตืตะวัน กับ นพ.มโน เลาหวณิช
ล้วนเป็น “เรื่องดี”
เป็นเรื่องดีเหมือนกับที่ นายสมชาย แสวงการ ออกมาขยายผล ในประเด็น “คำถามพ่วง”
1 ฉายถึงบทบาทของ “ส.ว.”
ขณะเดียวกัน 1 เท่ากับเป็นการรับรองและยืนยันในข้อคาดหมายของการ “ร่างรัฐธรรมนูญ”
ที่ว่า “เปิดทาง” ให้นายกรัฐมนตรี “คนนอก” จริงหรือไม่
ที่ว่า “เปิดทาง” ให้มีการต่อท่อแห่ง “อำนาจ” ทางการเมือง จริงหรือไม่
บทบาทของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน คือ “คำตอบ”
บทบาทของ นายสมชาย แสวงการ คือ “คำตอบ”
ถามว่า ทุกคำตอบอันเกิดขึ้นภายหลัง “ประชามติ” มุ่งไปบนเส้นทางสายใด
“คำตอบ” ยิ่งวัน ยิ่ง “เด่นชัด”
บทบาทของพรรคเพื่อไทย บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ บทบาทของพรรคชาติไทยพัฒนา ควรจะเป็นเช่นใด
เป็นอย่างที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ชี้
เป็นอย่างที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ชี้
เป็นอย่างที่ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ชี้
เพราะว่า “ข้อสงสัย” ที่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งเป็นข้อสังเกตก่อนการออกเสียง “ประชามติ” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม
ล้วนมี “คำตอบ”
ถามว่าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง นักการเมืองคนหนึ่ง บรรทัดฐานในการชี้วัดอยู่ตรงไหน
อยู่ตรง “แถลงการณ์” อยู่ตรง “คำพูด” กระนั้นหรือ
อาจใช่ในระดับซึ่งแน่นอนหนึ่ง กระนั้น ที่ชี้ขาดอย่างแท้จริงขึ้นอยู่กับ “การกระทำ”
“การกระทำ” คือ “คำตอบ”
แถลงการณ์พรรคการเมืองจะสละสลวยสวยหรูอย่างไรก็ย่อมได้เพราะเป็นฝีมือการตกแต่ง
นักการเมืองจะพูดแบบไหนก็ได้
แต่ที่สุดแล้ว เมื่อมีโอกาส “ปฏิบัติ” เมื่อมีโอกาสลงมือ “กระทำ” ประชาชนก็ย่อมเห็น
เห็นว่ารักษาสิ่งที่เคยประกาศใน “แถลงการณ์” หรือไม่
เห็นว่ารักษาสิ่งที่เคยแถลง เคยให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชนหรือไม่
“ร่าง”รัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็เช่นเดียวกัน
หากทุกอย่างเป็นเช่นที่มี “ข้อสงสัย” และตั้ง “ข้อสังเกต” ก็ย่อม “โป๊ะเช๊ะ”
“แก้ผ้า” ล่อนจ้อน

