‘ตี้ พะเยา’ ถาม ‘กองทุนคนพิการ’ เงินไปไหน ไม่ใช้ดูแล จี้รัฐลดภาษีช่วงทุกข์ยากเหลือ 5%

‘ตี้ พะเยา’ อัดอั้น ถาม ‘กองทุนคนพิการ’ เงินไปไหน ไม่ใช้ดูแล จี้ รัฐลดภาษีช่วงทุกข์ยากเหลือ 5%

สืบเนื่องจากกรณี เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน นัดหมายทำกิจกรรม “รวมพลคนไม่มีจะกิน” ครั้งที่ 2 ในเวลา 16.00 น. หน้าทำเนียบรัฐบาลนั้น เพื่อยื่น 5 ข้อเรียกร้อง คือ 1.มารดาประชารัฐ เเละค่าเเรงขั้นต่ำ 425 บาท ที่สัญญาไว้, 2.ประเด็นการศึกษา ลดค่าเทอม 3 ปี, 3.ลดขนส่งสาธารณะครึ่งราคา, 4.ลดภาษี จาก 7% เป็น 5% และ 5.เบี้ยชรา เบี้นคนพิการ 3,000 ต่อเดือน นั้น

เวลา 19.15 น. น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้พะเยา นักศึกษาอายุ 20 ปี ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า ไทยมีปัญหาหลายอย่าง แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไข รุ่นของตนออกมาตีแผ่ ก็ขอให้รับเอาไปแก้ไข อย่าให้ราษฎรต้องทนทุกข์ อดตายเหมือนปัจจุบันนี้

พี่คนพิการ บางคนต้องลาออก เพราะขึ้นไปเรียนชั้น 3 ไม่ได้ จนถึงคนพิการที่ไม่ได้รับการศึกษาให้อ่านออกเขียนได้ ซึ่งไม่ถูกต้อง เขาบอกว่า ลอตเตอรี่ไม่เกิน 80 บาท แต่ยี่ปั้ว ขายให้เขาแล้ว 88 บาท จะขาย 80 บาท ได้อย่างไร ขาย 89 บาท ได้กำไรมา 1 บาท ยังออกข่าวโครมๆ ว่า ตรวจสอบแล้วได้ราคามาตรฐาน นี่คือการลดทอนคุูณค่าความเป็นมนุษย์ ต้นตอทุกอย่าง เกิดจากภาครัฐ

“ตี้ได้เรียนกฎหมายแรงงาน ที่ระบุชัดเจนว่า ในโรงงาน มีจำนวนคน 100 คน ต้องรับคนพิการเข้ามา 1 คน แต่ถ้าโรงงานไหนไม่สะดวก ไม่รู้จะให้ตำแหน่งไหน หรือ  หาคนไม่เคย ก็ต้องส่งเงิน 100,000 บาท ไปที่กองทุนคนพิการ ซึ่งมีเป็นพันล้าน หมื่นล้าน เงินเหล่านี้เอาไปไหน ทำไมไม่เอามาอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ

คนพิการเขามีค่าเท่ากับเราทุกคน มีคนพิการบางคนกลายเป็นปัจจัยหลักให้การศึกษาไทยพัฒนา เพราะเขามีความรู้ ความสามารถ เป็นฟันเฟืองให้กับประเทศ แต่รัฐไม่อำนวยความสะดวกให้เขาทำงาน ไม่ทำฟุตปาธ อย่าว่าแต่คนพิการ คนปกติอย่างเรายังเดินไม่ได้ ทางลาดวีลแชร์ ใช้วิศวกรที่ไหนทำ คนธรรมดาขึ้นไปยังจะล้ม พี่ๆ เหล่านี้ไม่เคยอยากเป็นภาระสังคม อยากยืนหยัดด้วยตนเอง แต่ภาครัฐลดทอนความเป็นมนุษย์ และความสามารถของเขา”

น.ส.วรรณวลีกล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญ คือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น การแพทย์ เบี้ยยังชีพ แต่การแพทย์ไม่เคยครอบคลุมคนพิการเลย เบี้ยที่ได้รับ ประมาณ 800 บาทต่อเดือน ถามว่า กินลมหรือ อยู่อย่างไรก่อน 3 วันก็หมดแล้ว ยังไม่นับรายที่ต้องซื้อสายสวนท่อปัสสาวะ 160 บาท/เดือน แต่รัฐได้เงินจากบริษัท แทนที่จะเอามาแจกจ่าย พัฒนาคุณภาพชีวิต เอาไปทำอะไรหมด ไหนจะเรื่องเบี้ยเลี้ยง ถ้าเขาได้เบี้ยยังชีพ เขาไม่มีสิทธิกู้ใดๆ นั่นหมายความว่า วันไหนที่เขาอยากทำธุรกิจ หรือกู้เงินมาลงทุน ยังต้องอาศัยเบี้ยยังชีพ จะไม่สามารถประกอบธุรกิจได้เลย เพราะภาครัฐไม่เคยให้ความสำคัญ ไม่เคยมอง ว่าคนเท่ากับคน คือสิ่งที่อัดอั้นตันใจ

“ประเทศไทย ปกติจะจ่ายภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ แต่มีกฎหมายลดลงเหลือ 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ

รัฐไม่ได้มีรายได้หาเอง รัฐมีรายได้ส่วนหนึ่งเก็บส่วยจากราษฎร มีหลากหลาย ที่จะอธิบายวันนี้ คือภาษีที่ผลักภาระให้เรา เช่น vat ส่งผลกระทบต่อประชาชน นายทุนให้ประชาชนจ่าย เขาไม่จ่ายเอง เมื่อเศรษฐกิจแย่กว่าเดิม ขอได้ไหม จาก 7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะปกติในชีวิตประจำวัน ยังแทบไม่มีจ่ายอยู่แล้ว ยังเอาไปโกงกิน ไม่เคยถึงมือเรา คือสิ่งที่เรียกร้อง ปากท้องทุกอย่าง ถ้าฝั่งขวาจะฉอดด้วย จะรับฟัง แต่ถ้ารู้ไม่จริง จะตลก ถามว่าถ้าวันนี้เราสามารถลดรายจ่ายให้พวกท่านได้ เก็บเงินใส่กระเป๋า เอาใช้ตอนเดือดร้อน เอาหรือไม่

สิ่งสำคัญที่อยากจะบอก ปัญหาในประเทศไทยมีเยอะมาก แต่ในยุคนี้ขอแค่อย่างเดียว วันใดที่มีการลุกขึ้นมาสู้เพื่อสิ่งเหล่านี้ วันใดที่มีคนกล้ามาออกมาท้าทายอำนาจรัฐ ออกมาเรียกร้องให้ทุกคน ขอว่า อย่าทอดทิ้งกัน ออกมาด้วยกัน และเราจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทยไปด้วยกัน ถ้าเราจะชนะ เราต้องชนะไปด้วยกันทั้งหมด ถ้าเราจะแพ้ ก็ขอแพ้แบบมีอะไรที่ทำให้ประชาชนได้ดีขึ้น เชื่อเถอะว่าที่เรียกร้องไป ไม่เกินความสามารถของคนในทำเนียบเลย” น.ส.วรรณวลีกล่าว และว่า

บัดนี้ มีผู้กล้าออกมาเรียกร้อง เสียสละมากมาย ใครละทิ้งประชาชนก็ช่าง แต่ขอให้เราอย่าละทิ้งกันและกัน เราอาจไม่สามารถพาคนใดไปยังเส้นชัยได้ แต่เชื่อว่าทุกคนจะพากันไปเส้นชัยได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม. เปิดไทม์ไลน์ผู้ป่วยโควิด 16 ราย กระจายหลายอาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล-หมอดู-คนขับแท็กซี่
บทความถัดไป‘ศรีไพร’ เรียกร้องเยียวยาถ้วนหน้า ทวง ‘เบี้ยคนชรา’ 3,000 แจง 600 ไม่พอกิน ตกแค่มื้อละ 7 บาท