ปฏิบัติการ “2 ยุทธ์” เมื่อ “บิ๊กตู่” จัดทัพเอง “บิ๊กเจี๊ยบ” ศิษย์ “บิ๊กแอ้ด” แซงโค้ง สี่เสาฯ ?

ปฏิบัติการ "2 ยุทธ์" เมื่อ "บิ๊กตู่" จัดทัพเอง "บิ๊กเจี๊ยบ" ศิษย์ "บิ๊กแอ้ด" แซงโค้ง สี่เสาฯ ?

ปฏิบัติการ “2 ยุทธ์” เมื่อ “บิ๊กตู่” จัดทัพเอง “บิ๊กเจี๊ยบ” ศิษย์ “บิ๊กแอ้ด” แซงโค้ง สี่เสาฯ จับตาอนาคต “บิ๊กป้อม” และบูรพาพยัคฆ์

เรื่องไม่คาดฝัน เกิดขึ้นได้เสมอ ในยุครัฐบาลทหาร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังเรียกว่า ไม่ปกติ

โดยเฉพาะเมื่อ เกิดเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ที่ถูกฝ่ายรัฐบาล และ คสช. ให้น้ำหนักไปในเรื่องการเมืองมากกว่าการขยายพื้นที่ของกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ หรือการแทรกแซงจากประเทศเพื่อนบ้าน และมหาอำนาจ

หรืออย่างมาก ก็เข้าทฤษฎี กลุ่มการเมืองยืมมือกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ที่อยู่ในสังกัดให้มาก่อเหตุ

ทำให้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประเมินแล้วว่า สถานการณ์แบบนี้เขาจะต้องเลือก ผบ.ทบ. ที่จะมาเป็น เลขาธิการ คสช. มาเป็นมือเป็นไม้มาจากทหารรบพิเศษ ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการข่าว การปฏิบัติการพิเศษ ปฏิบัติการลับ

เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะประเมินคู่ต่อสู้ และฝ่ายตรงข้ามต่ำเกินไป

นี่จึงอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การหารือกันครั้งล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ และ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มีการตัดสินใจร่วมกันใหม่

จนมีข่าวออกมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ เคาะแล้ว ให้ บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผช.ผบ.ทบ. จากสายรบพิเศษ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่

ด้วยหลายเหตุผลที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ ก็ต้องยอมให้พลเอกประยุทธ์เป็นคนตัดสินใจ

อย่าลืมว่า หลังร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ผ่านประชามติ ก็เป็นการสะท้อนความนิยมที่มีต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.

อีกทั้ง คำถามพ่วงที่ผ่านความเห็นชอบนั้น ก็เปรียบประหนึ่ง การที่ประชาชนส่วนใหญ่ไฟเขียวให้ ส.ว. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย และอาจหมายถึงนายกรัฐมนตรีคนนอก ที่ก็เชื่อกันว่า ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ นั่นเอง

นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าที่จะเอ่ยปากเจรจากับ พล.อ.ประวิตร แบบตรงๆ แบบเปิดอก

เมื่อ น้องตู่ กล้าพูด กล้าเสนอ พี่ป้อม ในฐานะพี่ใหญ่ และพี่ชายที่แสนดี ก็ยอมที่จะทำตามข้อเสนอของ น้องตู่ แม้ในใจพี่คนนี้ มี “งอน” บ้างก็ตาม

อีกทั้งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้แฮปปี้ กับ พล.อ.พิสิทธิ์ เท่าใดนัก เพราะเมื่อครั้งที่เป็น ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ตั้ง พล.อ.พิสิทธิ์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1

ไม่แค่นั้น พล.อ.พิสิทธิ์ ยังได้ชื่อว่าเป็นคนที่ บิ๊กโด่ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ช่วยสนับสนุนผลักดัน ด้วยการเอาออกมาจากกรุผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. ให้มาเป็น เสธ.ทบ. จึงถูกจัดให้เป็น “สายราชภักดิ์” ไปโดยพลัน

อีกทั้งเกิดรอยร้าวใน “ราบ 11 คอนเน็กชั่น” จึงทำให้ พล.อ.พิสิทธิ์ ขาดกองหนุน เพราะแม้จะเป็นสายเลือดบูรพาพยัคฆ์ แต่ก็มาอยู่ ร.11 รอ. เพราะเคยเป็นทั้งผู้พัน ผู้การ ร.11 รอ. ก็ตาม แต่เพราะแยกขั้วกับ บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาฯ เพื่อนรัก ตท.12 ของนายกฯ และ บิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม คีย์แมนรัฐประหารคนสำคัญที่บิ๊กตู่เกรงใจ

นั่นจึงทำให้ตอนที่ พล.อ.ประวิตร เลือก พล.อ.พิสิทธิ์ เป็น ผบ.ทบ. นั้น เขาจึงไม่เอา บิ๊กแดง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 มาเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 ทั้งๆ ที่ อยู่ ร.11 รอ. มาด้วยกัน

แล้วอย่าลืมว่า ในช่วงรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นั้น พล.อ.เฉลิมชัย เป็น ผบ.นสศ. ทำงานลับให้ พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. มาตลอด โดยมี บิ๊กโชย พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.ผบ.ทบ. น้องรักนายกฯ ในฐานะเพื่อน ตท.16 ของ พล.อ.เฉลิมชัย ช่วยประสานอีกแรง

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ข่าวที่ออกมาจากตึกไทยคู่ฟ้ายังคงมาแรงว่า “ยังไง นายกฯ ก็เลือกบิ๊กเจี๊ยบ”

แต่เพราะที่ผ่านมา นายกฯ ยังไม่อยากจะเอ่ยปากกับ พล.อ.ประวิตร แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดที่นายกฯ ต้องพูด ก็จึงต้องพูด

แต่ที่สำคัญกว่านั้นมันเป็นเรื่องของสมการอำนาจ เพราะแม้แผงอำนาจทหารเสือราชินีและบูรพาพยัคฆ์จะหยั่งรากลึกและแข็งแกร่งต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา และมารุ่งเรืองเฟื่องฟูที่สุดในยุคนี้

แต่ต้องไม่ลืมว่า ขั้วอำนาจบ้านสี่เสาเทเวศร์นั้นเป็นขั้วอำนาจที่แสนอมตะ และไม่มีวันตาย และยังมี “พิษสง” อยู่เสมอ อาจเรียกได้ว่าหยั่งรากลึกและแตกแขนงกว้างไกลไปในทุกวงการ

ถึงขั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่อาจปฏิเสธ…

เพราะการไม่เลือก พล.อ.เฉลิมชัย เป็น ผบ.ทบ. อาจหมายถึง การส่งสัญญาณ “ปฏิเสธ” บารมีของขั้วอำนาจสี่เสาฯ ด้วย

แล้วนั่นอาจจะส่งผลต่อทางเดินนับจากนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. ที่อาจจะต้อง “อยู่ยาว” ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใด แม้แต่ในรูปแบบนายกฯ คนนอกของรัฐบาลผสม หรือรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ก็ย่อมต้องการ กองหนุนสายบ้านสี่เสาฯ ด้วยแน่นอน

ยิ่งหากมองย้อนประวัติศาสตร์ในหลายยุคที่ผ่านมาแล้วจะเห็นได้ถึง อำนาจบารมีของบ้านสี่เสาเทเวศร์

ไม่ว่านักการเมืองหรือแม้แต่ทหาร หากใครเดินคู่ขนานหรือสวนทางกับแผงอำนาจบ้านสี่เสาฯ ก็จะพบจุดจบที่ไม่สวยงาม เช่นที่ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือแม้แต่ บิ๊กสุ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และนายทหาร จปร.5 เคยพบเจอมาแล้วนั่นเอง

พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายทหารเสือราชินีที่ทำงานใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาตลอดตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ เพราะติดตามเสด็จฯ และให้ความเคารพ บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกฯ อดีต ผบ.ทบ. อย่างมาก

เมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ มักจะไปหา พล.อ.สุรยุทธ์ ในโอกาสสำคัญๆ ต่างๆ อยู่เนืองๆ

หากแต่ในการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิบัติการด้วยตนเอง และทีมคีย์แมน ซึ่งแตกต่างจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ พล.อ.สุรยุทธ์ ถูกพาดพิงว่ามีส่วนร่วมในการวางแผนด้วย


แต่เมื่อขึ้นมาสู่อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร จึงต้องพบ ครม. และ ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าเข้าบ้านสี่เสาฯ ในทุกเทศกาลสำคัญๆ เสมอ

พล.อ.เฉลิมชัย นั้นก็ได้ชื่อว่า เป็นนายทหารรบพิเศษที่เป็นน้องรักของ พล.อ.สุรยุทธ์ เลยทีเดียว

ส่วน พล.อ.สุรยุทธ์ ก็เป็น ลูกป๋าคนโปรด ที่ถูกมองว่าเป็นทายาทอำนาจของป๋าเปรมด้วยนั่นเอง

สถานการณ์การเมืองที่เข้มข้น และสภาวการณ์แห่งขั้วอำนาจและบารมีในเวลานี้ จึงมีส่วนที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจ

กลายเป็นปฏิบัติการของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.สุรยุทธ์ ร่วมด้วย แรงหนุนจากในแวดวงที่ล้วนรู้จักสนิทสนมกับบิ๊กตู่ตั้งแต่สมัยเป็นทหารเสือฯ ตามเสด็จฯ

อันเป็นการมองการณ์ไกลที่ไม่ใช่แค่อนาคตทางการเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เท่านั้น แต่ยังหมายถึง “ช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ” ที่ได้มีการเตรียมวางแผนรองรับได้แล้ว

พล.อ.สุรยุทธ์ นั้นเป็นนายทหารรบพิเศษที่มีความลุ่มลึก ประกอบกับบารมีของป๋าเปรมที่หยั่งรากลึกยาวนาน ก็ทำให้เป็นขั้วอำนาจที่ไม่อาจมองข้าม

ไม่แค่นั้นระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.สุรยุทธ์ ก็น่าจะมีการสื่อสารถึงกันเสมอมา

เพราะแม้แต่วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร นัด ครม.ทหารแต่งเครี่องแบบทหารนอกราชการไปร่วมงาน วันพระราชทานกำเนิด ร.ร.นายร้อย จปร. 129 ปี เมื่อ 5 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมานั้น พล.อ.สุรยุทธ์ก็แต่งเครื่องแบบทหารมาด้วยเช่นกัน ทั้งๆ ที่ปีที่ผ่านๆ มา พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ไม่ค่อยได้มาร่วมงาน

นี่เป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาในกองทัพไม่น้อย เพราะทำให้ต้องลุ้นกันต่อว่า อะไรจะเกิดขึ้นนับจากนี้

หาก ผบ.ทบ. คนต่อไป เป็น ทหารรบพิเศษ อีกคราในรอบ 10 ปี หลังจากที่ บิ๊กบัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เคยนั่งมาแล้ว ก่อนที่จะนำการรัฐประหาร

แต่คำถามที่ตามมาคือ แล้วแผงอำนาจบูรพาพยัคฆ์ จะเป็นเช่นไรต่อไป…

โดยเฉพาะ บิ๊กเข้ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่จะขึ้นมาเป็น ผช.ผบ.ทบ. นั้น ก็ถูกมองว่า จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในอนาคต ในฐานะน้องรักสายบูรพาพยัคฆ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร รวมทั้ง บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือ 3 ป.

แต่ พล.อ.เฉลิมชัย มีอายุราชการถึงกันยายน 2561 เกษียณพร้อม พล.ท.เทพพงศ์ ที่แม้จะเป็นรุ่นน้อง ตท.18 ก็ตาม

จึงมีข่าวออกมาจาก ร.1 รอ. ว่า พล.อ.ประวิตร จะยอมตาม พล.อ.ประยุทธ์ ให้ พล.อ.เฉลิมชัย เป็น ผบ.ทบ. แค่ปีเดียวเท่านั้น โดยโยกย้ายกันยายน ปี 2560 จะให้ขยับไปเป็น ผบ.สส.

ข่าวนี้คงทำให้นายทหารใน บก.กองทัพไทย ไม่ค่อยแฮปปี้นัก เพราะจะทำให้แผนการวางตัวนายทหารที่จะขึ้นเป็น ผบ.สส. ต้องได้รับผลกระทบ

แต่อีกคำถามที่ตามมาคือ แล้วสายรบพิเศษและบ้านสี่เสาฯ จะยอมให้มีการเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. ให้ย้าย พล.อ.เฉลิมชัย ข้ามไปเป็น ผบ.สส. งั้นหรือ อีกทั้งในช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่มีการเลือกตั้งในปลายปี 2560 อีกด้วย

หรือว่าถึงเวลาอำนาจเปลี่ยนมือจากบูรพาพยัคฆ์ มาสู่มือทหารรบพิเศษ สายบ้านสี่เสาฯ บ้างแล้ว

ท่ามกลางการจับตามองด้วยว่า แล้วเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ใครจะเป็นคนตัดสินใจ เพราะในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจเลือก พล.อ.เฉลิมชัย เป็น ผบ.ทบ. แล้ว ก็ย่อมมีโอกาสที่จะเลือก “บิ๊กแดง” พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 นายทหารสายวงศ์เทวัญ น้องรัก ที่เป็นนายทหารสายบู๊ มารับมือสถานการณ์นับจากนี้

แทนที่ บิ๊กตู่ พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองแม่ทัพภาคที่ 1 น้องรักสายบูรพาพยัคฆ์ของบิ๊กป้อมที่เป็นเต็งหนึ่งมาตลอด จนทำให้ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน ตท.20 ของทั้งคู่ ได้รับผลสะเทือนไม่น้อย

เพราะหาก พล.อ.ประยุทธ์ ทุบโต๊ะเลือกเอง ตัดสินใจเอง รับผิดชอบเอง ในการเลือกทั้ง ผบ.ทบ. และแม่ทัพภาคที่ 1 เช่นนี้แล้ว บิ๊กป้อม ยอม

จากนี้อำนาจในกองทัพก็จะขึ้นตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ แทนที่จะเป็นบิ๊กป้อม เพราะที่ผ่านมา ถนนทุกสายมุ่งสู่บ้าน ร.1 รอ. ของบิ๊กป้อมตลอดจนเรียกกันว่า บารมีเฟื่องฟูที่สุด

โดยเฉพาะวันเกิด 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พลเรือน มาอวยพรกันแบบมือฟ้ามัวดิน ไม่นับ ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. และแคนเดิเดตในทุกวงการ

จนอาจทำให้กระแสตีกลับมาจับตามองความสัมพันธ์ของบิ๊กตู่กับบิ๊กป้อมอีกครั้ง และจะถึงขั้นทำให้ พล.อ.ประวิตร ท้อใจ เหนื่อยกาย จากที่เคยบ่นทีเล่นที่จริงว่าเหนื่อย และอยากจะลาออกมาแล้วนั้น จะเอาจริงหรือไม่

แต่ก็ต้องยอมรับว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในยุคนี้ ใครๆ ก็วิ่งเข้าหาบิ๊กป้อม จนเจ้าตัวต้องประกาศกลางงานวันเกิดว่า “ตำแหน่งมีน้อย ใครไม่ได้ ก็อย่าน้อยเนื้อต่ำใจ ขอให้นึกถึงส่วนรวม ทำงานเพื่อกองทัพ และให้กลมเกลียว กองทัพจะเข้มแข็ง และเดินหน้าประเทศ ต่อไปได้”

เพราะบิ๊กป้อมก็เกรงว่า จะเกิดความขัดแย้งกันในกองทัพจากการแต่งตั้งโยกย้ายนั่นเอง

แต่หาก พล.อ.ประวิตร ยอมถอยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จัดแถวทหาร กุมบังเหียนกองทัพเอง ก็จะถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่ทหารเสือราชินี บูรพาพยัคฆ์ ยอมปล่อยมือจากอำนาจ ผ่องถ่ายให้ รบพิเศษ สายบ้านสี่เสาฯ

รวมทั้ง แชร์อำนาจให้วงศ์เทวัญเพื่อการรักษาดุลอำนาจในกองทัพไม่ให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก

แล้วไปรอลุ้นเอาข้างหน้าว่า อะไรจะเกิดขึ้น…