ไม่ว่าการทำหนังสือของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ยืนยัน “อำนาจ” ของหัวหน้าพรรค ไม่ว่าการโยนหินถามทางในเรื่องการเกลี่ยตำแหน่งใหม่
ล้วนเป็น “ปัญหา”
ล้วนมีผลทำให้การปรับ ครม.ซึ่งควรจะจำกัดอยู่เพียง 3 ตำแหน่ง คือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 1 กระทรวงคมนาคม
นั่นก็คือ ตำแหน่งของ นายถาวร เสนเนียม
นั่นก็คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
แต่เมื่อมีข้อเสนอในเรื่อง “เกลี่ย” ตำแหน่ง
แต่เมื่อมีข้อเสนอเชิงเรียกร้องอย่างหนักแน่น และจริงจังว่าอำนาจในการคัดสรรตัวของรัฐมนตรีต้องเป็นของหัวหน้าพรรคของตน
นั่นหมายถึงการขยาย “ปม” การปรับ ครม.ออกไป
การปรับ ครม.เป็นปัญหาเสมอ ไม่ว่าในยุคของรัฐบาล “ผสม” หลายพรรค ไม่ว่าในยุคของรัฐบาล “พรรคเดียว” เพราะไม่เพียงต้องขึ้นอยู่กับคน
หากแต่ยังขึ้นอยู่กับ “ตำแหน่ง”
เหมือนกับรากฐานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจากกองทัพ มาจากการรัฐประหาร มากด้วยอำนาจอันแข็งแกร่ง
น่าจะทำให้การปรับ ครม.ทำได้ง่ายดาย
นั่นเป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในห้วงหลังรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 หมาดใหม่
นั่นเป็นเรื่องก่อนเดือนมีนาคม 2562
พลันที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง พลันที่มีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งยังเป็นรัฐบาลผสมที่มีจำนวนมากถึง 20 พรรค
“อำนาจ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่เหมือนเดิม
ต้องยอมรับว่า มีปัจจัยในทางการเมืองมากมายหลายปัจจัยที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สามารถทำอะไรตามความต้องการได้ครบถ้วน
เพียงถามถึง “โควต้า” ของ “กระทรวง”
อันเท่ากับหยั่งเชิงว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นโควต้าของใคร
เท่านั้นแหละเกิด “จดหมาย” เปิดผนึกทันที
นี่คือกลยุทธ์ในการชูอำนาจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อกดกอดตำแหน่ง 2 กระทรวงเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
เท่ากับปะทะโดยตรงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยิ่งมีเปิดประเด็นในเรื่อง “สัดส่วน” อันตกลงกันตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ในสถานการณ์ของเดือนมีนาคม 2564 ยิ่งมากด้วยความอ่อนไหว
มีแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เท่านั้นที่พร้อมในการถกแถลง
มีคนแสดงความมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถบริหารจัดการ และปรับ ครม.ได้เรียบร้อยภายในวันที่ 10 มีนาคม
เป็นความมั่นใจที่ “วังเวง” อย่างยิ่ง
เพราะอำนาจและการตัดสินใจอย่างแท้จริงหาได้อยู่ใน “อำนาจ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อย่างใด
ถามว่า “อำนาจ” อยู่ที่ใคร คำตอบจะเผยแสดงแจ้งชัดเป็นลำดับ

