‘วิโรจน์’ ข้องใจ ส.ว.จากเผด็จการ ใช้สิทธิอะไรมาขู่คว่ำ รธน.ยัน ส.ส.พยายามประนีประนอมแล้ว

‘วิโรจน์’ ข้องใจ ส.ว.ที่มาจากเผด็จการ ใช้สิทธิอะไรมาขู่คว่ำ รธน. ถาม ใครกันแน่งอแง จงใจฉุดรั้งประเทศไม่ให้เดินหน้า

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องกรณีประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) ว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนจะได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าบ้านเมืองนี้เป็นอย่างไร ที่บอกว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยนั้นจริงหรือไม่ เช่น การแต่งตั้งองค์กรอิสระ มาเป็นนั่งร้านเพื่อสืบทอดอำนาจ แต่พอประชาชนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นความมุ่งหมายของตัวเองทำไมจึงยาก อย่างไรก็ตาม ก็ให้เป็นไปตามการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ว. ที่ออกมาแสดงท่าทีจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็สะท้อนว่ามีความมุ่งหมายบางอย่างที่จะขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือจะยอมให้แก้ไขในสิ่งที่เขาต้องการ และแก้ตามที่คณะสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร รู้สึกว่าได้เปรียบ ถือเป็นการนำประชาชนมาตีตรา ซึ่งจะเป็นไฮไลต์สำหรับบ้านเมืองยิ่งกว่าเดิม

เมื่อถามว่า หาก ส.ว.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 จะไม่เป็นผลดีต่อการเมืองใช่หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า อาจจะเป็นผลดีต่อประเทศก็ได้ แต่ไม่เป็นผลดีต่อ ส.ว. ย้อนไปเมื่อการพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 2 โดยธรรมเนียมปฏิบัติ และมารยาทจะต้องให้เกียรติคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร การโหวตจะทำเพียงว่าเห็นด้วยกับร่างที่ กมธ. เสนอมาหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วย ก็จะโหวตต่อว่าจะไปแก้ไขตาม กมธ. เสียงข้างน้อยคนใด หรือแก้ไขตามสมาชิกรัฐสภาคนใดที่แปรญัตติ แต่กลับมีความพยายามเพิ่มเติมเนื้อหา ลงไปในร่างนั้นอีก และพยายามบีบบังคับสมาชิกรัฐสภาว่า หากไม่ยอมรับให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม จะคว่ำร่างในวาระ 3

เมื่อถามว่า ส.ว.ยกเหตุผลที่จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการแตะหมวด 1 และหมวด 2 นายวิโรจน์กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตัวรัฐธรรมนูญก็มีเงื่อนไขล็อกไว้อยู่แล้ว ว่าจะต้องแก้ไขอยู่ในกรอบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องเป็นรัฐเดี่ยวที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ทั้งยังห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ที่สำคัญคือ ยังไม่ทราบว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 200 คน ที่มาจากการเลือกตั้งจะเป็นใคร พรรค ก.ก.ก็ให้เกียรติ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่เคยชี้นำว่า จะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพียงแต่ให้เหตุผลและความเห็นในเชิงวิชาการ ในฐานะที่เป็น ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นกัน

“คำถามคือ ส.ว.มีสิทธิอะไรที่จะไปสร้างเขื่อนไข และดักคอ ส.ส.ร.ล่วงหน้า ทั้งที่ไม่ได้มีรากเหง้ามาจากประชาชน แต่มาจากการแต่งตั้งและระบบสรรหาของเผด็จการ ส.ว.ควรให้เกียรติ ส.ส.ร.และประชาชน แต่ ส.ว.มีแต่จะงอกข้อตกลงใหม่ๆ ขึ้นมา ผมต้องตั้งคำถามกลับไปที่ประชาชนแล้วว่าใครกันแน่ที่งอแง ใครกันแน่ที่ไม่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ใครกันแน่ที่ล็อกไม่ให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้ ใครกันแน่ที่ทำเป็นจระเข้ขวางคลอง และใครกันแน่ที่เป็นปรปักษ์กับประชาชน และเป็นนั่งร้านให้กับการสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการที่กล้าตั้งตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวว่า วันนี้ ส.ส.พยายามประนีประนอม เพื่อทำให้บ้านเมืองไปได้อย่างถึงที่สุดแล้ว หากยังปล่อยให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มีรากเหง้ามาจากประชาชน สร้างเงื่อนไขข่มขู่ไม่เห็นหัวประชาชน ตนคิดว่าเราจะเสียจุดยืนการเป็นผู้แทนราษฎร และการตัดสินใจของ ส.ว. และขบวนการทั้งหมด ที่พยายามขัดขวางอธิปไตยของปวงชนชาวไทยนั่น สุดท้ายความเป็นปรปักษ์กับประชาชน ก็จะเกิดขึ้นกับ ส.ว.เอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รมว.ยุติธรรม กำชับทุกกรมดูแลทรัพย์สิน ห้ามเกิดเหตุแบบหน้าคุกคลองเปรม
บทความถัดไป‘สมคิด’ ยุส่ง ส.ว.จะคว่ำก็คว่ำ! อ้าง 38 มาตราพระราชอำนาจ ขู่ล้มวาระ 3 แก้ไข รธน.