“บิ๊กป้อม”ย้ำกลางที่ประชุมกรรมการขับเคลื่อนฯ เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ ให้สอดคล้องรธน.ใหม่ กำชับในที่ประชุมกรรมการขับเคลื่อนฯ ทุกหน่วยงานเร่งปฏิรูปงานข่าวกรอง ให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นหลัก สมช.ร่วมบูรณาการ
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และรองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุม ว่า งานด้านความมั่นคงมีความคืบหน้าพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งพล.อ.ประวิตรให้ความสำคัญเพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใหม่ จึงกำชับให้การปฏิรูปตำรวจต้องมีความชัดเจน มีผลเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับกรรมาธิการปฏิรูปตำรวจของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่กำหนดแนวทางไว้ด้วย ดังนั้นในปี 2559-2560 นี้ต้องมีความชัดเจน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอแนวทางปฏิรูปไว้แล้วและเริ่มสร้างการรับรู้ ความเข้าใจกับประชาชนมาต่อเนื่อง
พล.ต.คงชีพกล่าวอีกว่า การปฏิรูปงานด้านการข่าวกรอง ที่ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนฯให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมากเพราะถือว่าเป็นงานสำคัญที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน ครอบคลุมงานทั่วประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องบูรณาการงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเป็นเจ้าภาพหลัก สภาความมั่นคงแห่งชาติต้องร่วมดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้กำชับในที่ประชุมได้รับทราบ
พล.ต.คงชีพแถลงต่ออีก ว่า กระทรวงเกษตรฯรายงานความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และข้อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาของกลุ่มประมงโพงพาง ว่าทางกระทรวงเกษตรฯมีแนวทางการแก้ปัญหาประมงโพงพางร่วมกับทางจังหวัดอยู่แล้วและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมง และคำสั่งหัวหน้า คสช. และศปมผ.
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมอาชีพให้ชาวประมงโพงพางให้ปรับเปลี่ยนไปประกอบอาชีพจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือประมงที่ถูกกฎหมาย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรได้ตั้งข้อสังเกตที่เป็นความห่วงใยจากทางรัฐบาล และให้กองทัพเรือ กระทรวงเกษตรฯ ศปมผ. และจังหวัด ได้ดำเนินการหาข้อเท็จจริงจากประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงโพงพางนี้เพื่อหาขอบเขตที่พอจะดำเนินการได้ และอะไรที่นอกเหนือก็ให้เสนอผ่านที่ประชุมกรรมการชุดนี้มาจะได้ให้การดูแลต่อไป ยึดหลักว่าหากรื้อถอนแล้วผู้ประกอบอาชีพเดิมต้องมีรายได้ชดเชย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีความพูดคุยกรณีกรมการบินพลเรือน (กพท.) ความคืบหน้าเรื่องการบินพลเรือนส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบการออกใบรับรองให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศยานใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินระหว่างประเทศ ซึ่งต้องออกใบรับรองให้แก่ 28 สายการบิน โดยมีกระบวนการ 5 ขั้นตอน
คือ การเตรียมการเบื้องต้น การยื่นคำขออย่างเป็นทางการ การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน การตรวจสอบการปฏิบัติการ การออกใบรับรอง ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ทาง กพท.และบริษัทซีเอเอไอ จะเริ่มดำเนินการตรวจสอบบริษัทสายการบิน 28 สายการบิน ซึ่งได้แบ่งเป็น 4 กลุ่ม และในกันยายนนี้จะตรวจสอบกลุ่มแรกจำนวน 8 สายการบินให้เสร็จใน มกราคม 2560 ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าในการยกระดับมาตรฐานการบิน ตามมาตรฐานการบินระหว่างประเทศ ซึ่งมีความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่องตามกฎไอเคโอ

