คนส.แถลงจี้รัฐหยุดความรุนแรงต่อ ปชช.-วอนทุกฝ่ายร่วมเฝ้าระวัง
เนื่องจากการชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองในระยะหลังมาปรากฏมากขึ้นว่า ฝ่ายรัฐเข้าใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมทั้งๆ ที่การชุมนุมยังดำเนินไปอย่างสันติ อาทิเช่นการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีประชาชนถูกจับกุมและใช้กระสุนยางยิงใส่ประชาชนอย่างไม่เลือกตัวบุคคล ไม่เว้นแม้แต่ประชาชนที่อยู่ในเต็นท์พยาบาลอาสาก็ต้องถูกจับกุมไปด้วย ทำให้เกิดความกังวลว่า การชุมนุมที่จะมีขึ้นในตอนเย็นของวันที่ 6 มีนาคม 2564 นี้ จะมีการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนอีกหรือไม่
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) จึงขอเรียกร้องต่อทุกฝ่ายดังนี้
1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักว่า การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยแม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีการรับรองไว้ เมื่อผู้ชุมนุมได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะชุมนุมโดยสงบพร้อมกำหนดเวลาในการเริ่มและยุติการชุมนุมโดยชัดเจนแล้ว รัฐจึงควรให้ผู้ชุมนุมโดยสงบต่อไป ไม่ควรจะสร้างเงื่อนไขเพื่อใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุม
2.ขอให้สื่อมวลชนและนักข่าวพลเมือง ช่วยกันจับตาดู สอดส่อง เฝ้าระวังเหตุรุนแรง เนื่องจากมีข้อสงสัยเพิ่มมากขึ้นในระยะหลังว่า มีการสร้างสถานการณ์ให้เสมือนมีความวุ่นวายเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเข้าใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมของรัฐ หากมีสื่อมวลชนและนักข่าวพลเมืองอยู่ในที่ชุมนุมจำนวนมากจะช่วยป้องปรามมิให้เกิดการยั่วยุริเริ่มก่อเหตุความรุนแรงไม่ว่าจากฝ่ายใด และมีพยานหลักฐาน หากในอนาคตประชาชนจะต้องดำเนินคดีต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดสิทธิหรือกระทำความรุนแรงต่อประชาชน
3.ขอให้องค์กรของรัฐและเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือองค์กรพิทักษ์สิทธิประชาชนอื่น เช่น องค์กรด้านสิทธิเด็กและเยาวชน องค์กรสิทธิสตรี เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมทางการเมืองอย่างใกล้ชิด การเฝ้าระวังด้วยความเป็นกลางจะมีส่วนให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตของกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากจะดำเนินการจับกุมผู้ใดก็ต้องเป็นไปตามขอบเขตของกฎหมายอย่างเหมาะสม
4.ขอวิงวอนให้ผู้ร่วมชุมนุมอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ การแทรกแซงหรือสร้างสถานการณ์เพื่อให้ฝ่ายรัฐใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรง โดยหลักการแล้ว การเรียกร้องทางการเมืองเป็นการดำเนินการอย่างสันติ แต่หากจำเป็นต้องมีการละเมิดกฎหมาย การต่อสู้ตามยุทธวิธีไร้ความรุนแรงก็มีเป้าหมายเพื่อโน้มน้าวให้สังคมเห็นปัญหาของกฎหมายและความไม่เป็นธรรม ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ชัยชนะของประชาชนอยู่ที่การยึดมั่นในยุทธวิธีไร้ความรุนแรง เพราะการใช้กำลังไม่สามารถเอาชนะผู้มีอำนาจฉ้อฉลทั้งยังมีกำลังพลและเครื่องยุทโธปกรณ์เหนือกว่าฝ่ายประชาชนด้วยความปรารถนาต่อสันติภาพและประชาธิปไตยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)
6 มีนาคม 2564

