‘ชูศักดิ์’ แกะ ‘5 ด่าน’ เส้นทางแก้ รธน. กว่าจะเป็น รธน. ของ ปชช.

7.03.21 | 13:03 น.

‘ชูศักดิ์’ แกะ ‘5 ด่าน’ เส้นทางแก้ รธน. กว่าจะเป็น รธน. ของ ปชช.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเส้นทางของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ว่า จะสำเร็จเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้ ต้องฝ่าฟันในอีก 5 ด่านสำคัญ คือ

1.ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 11 มีนาคมนี้

2.ที่ประชุมรัฐสภา จะต้องลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 จะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรืออย่างน้อย 84 เสียง

3.ต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนโดยต้องทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้ต้องมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และก.ม.ประชามติยังมีเงื่อนไขสำคัญนอกจาก ผู้มาใช้สิทธิต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว คะแนนเห็นชอบต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิอีกด้วย

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า 4.หลังจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านประชามติและประกาศใช้ ต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คนโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งในลักษณะเดียวกับเลือกตั้ง ส.ส. มีส.ส.ร. ได้เขตละคน เป็นไปได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จะไปเกี่ยวพันกับอำนาจหรืออิทธิพลในท้องถิ่น รวมไปถึงการโยงใยกับการเมืองในระดับชาติ

Advertisement

และ 5.เมื่อ ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ จะต้องให้ประชาชนเห็นชอบโดยต้อง ทำประชามติอีกครั้ง ในเงื่อนไขเดียวกับด่านที่สาม หากผ่านประชามติก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้งนี้ ด่านที่สำคัญที่สุดอยู่ในสองด่านแรก คือคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าจะสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ และการลงมติในวาระที่ 3 ของที่ประชุมรัฐสภาซึ่งต้องให้ ส.ว.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม จึงจะมีส.ส.ร.ที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ยกร่างจากประชาชน มีบทบัญญัติที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ ต้องถามว่าท่านมีความจริงใจอย่างแท้จริงที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 หรือไม่ จริงๆ แล้วท่านได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะท่านยอมรับเองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา ที่ต้องแก้เพราะถูกบีบบังคับจากสถานการณ์ทางการเมือง จากกระแสสังคมหรือไม่

“ที่ผ่านมาประชาชน ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้เสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาโดยให้มี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนถึงขั้นผ่านร่างมาจนเข้าสู่วาระที่สอง อยู่ๆ ท่านเกิดสงสัยในอำนาจของตนเองขึ้นมาแล้วไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจที่ตนมี ทั้งที่ท่านล้วนเป็นผู้เสนอญัตติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีนี้ จึงทำให้นึกย้อนอดีตว่า จริงๆ แล้วท่านแสดงออกมาหลายครั้งตลอดมาว่าท่านไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะแก้ไขแล้วอาจกระทบต่อสถานภาพของตนเอง จะเห็นได้ชัดคือร่างรายประเด็นที่เสนอไปพร้อมๆ กับร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ที่ไปกระทบต่อสถานะของพวกท่านล้วนถูกตีตกในวาระที่หนึ่งหมดทุกร่าง ไม่ว่าเรื่องอำนาจ ส.ว. ระบบเลือกตั้ง ยกเลิกนิรโทษกรรมตลอดกาล

ส่วนการลงมติในวาระ 3 โดยเฉพาะจากส.ว.250 คนและต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือไม่น้อยกว่า 84 คนนั้น งานนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าท่านมีความเป็นอิสระไม่อยู่ในอาณัติใดๆ หรือไม่ เพราะที่ไปที่มาของท่านเป็นเรื่องที่สังคมตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระอยู่แล้ว งานนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าท่านต้องการให้บ้านเมืองเดินไปอย่างไร ท่านอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆหรือไม่

ทั้งนี้ ที่พูดว่า ท่าน ขอให้คิดเองว่าหมายถึงใครบ้าง อยากจะกล่าวว่า ข้ออ้างทั้งหมด ตนเห็นว่าเป็นเพียงความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. แบบรัฐธรรมนูญข้าใครอย่าแตะ ซึ่งถ้าทบทวนตั้งแต่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เนื้อหา โดยเฉพาะการได้มาซึ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ครม. , รัฐสภา , องค์กรอิสระทั้งหลาย อาจถือได้ว่ากระบวนการที่ทำอยู่นี้เป็นการร่วมมือ คบคิดกันปู้ยี่ปู้ยำประเทศ เพียงเพื่อคงอำนาจและสืบทอดอำนาจของพวกตัวเองไว้เท่านั้น” นายชูศักดิ์ กล่าว