‘เครือข่ายแรงงานฯ’ ซัด รบ.ประยุทธ์ไร้ความชอบธรรม ออก กม.เอื้อนายทุน ผุดการแสดงประกอบเพลงวง RAD

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม เครือข่ายกลุ่มราษฎร นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ทำกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” เป็นวันสุดท้าย หลังเดินมา 17 วัน ระยะทาง 247.5 กิโลเมตร โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้เริ่มเดินจากแยกเกษตร เคลื่อนขบวนมาถึงจุดสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง ในช่วงเย็น มีการตั้งเวทีและผลัดขึ้นปราศรัยในประเด็นต่างๆ ประกาศข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ

1.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.ปล่อยเพื่อนเรา 3.ยกเลิกมาตรา 112 และ 4.นายกรัฐมนตรีลาออก

บรรยากาศบนเวทีเมื่อเวลาประมาณ 19.28 น. น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือไหม ตัวแทนเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐประหารออกมา รัฐบาลมีกฎหมายออกมามากมายที่ได้มาบังคับใช้กับพวกเรา โดยกฎหมายทั้งหมดเอื้อให้กับนายทุน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย EEC เรื่องเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งวันนี้มีการไปเวนคืนที่ดินกับประชาชน ขายที่ดินให้กับรถไฟความเร็วสูงที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

น.ส.ธนพร กล่าวว่า ขณะที่ทุนใหญ่ได้มาประมูลรถไฟความเร็วสูง นั่นหมายถึงว่าเขาต้องเอาที่ดินรอบรถไฟเวนคืนให้กับเอกชน คือทุนใหญ่ดังกล่าว แล้วพี่น้องคนยากจนที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟจะไปอยู่ที่ไหน เราถึงบอกว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยเห็นหัวประชาชน แต่เอื้อกลุ่มทุน

น.ส.ธนพร กล่าวอีกว่า ประเด็นต่อมาคือโครงการโรงไฟฟ้าขยะที่เกิดขึ้นแทบจะทุกจังหวัดในประเทศไทย ในวันที่กลุ่มเดินทะลุฟ้าเดินผ่านจังหวัดสระบุรีเห็นโรงโม่หิน โรงงานขยะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม คือโครงสร้างนโยบายของรัฐบาลที่คิดข้างบนและลงไปสู่ภูมิภาค เกิดผลกระทบ เอาโรงงานไฟฟ้าไปไว้ในชุมชน เป็นโครงการของรัฐเป็นลิ่วล้อเผด็จการ ทั้ง ส.ส. ส.จ. นายก อบต. หรือผู้ใหญ่บ้าน กำนันที่อยู่ในพื้นที่ เอาโรงงานไปอยู่ในพื้นที่อ้างว่าเป็นกฎหมาย แต่เป็นกฎหมายอะไร มันเป็นคำสั่งของ คสช. และบอกว่าจะไปสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของใคร ไม่ใช่เศรษฐกิจของคนในชุมชน แต่เป็นเศรษฐกิจของนายทุน

“นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพวกมีนโยบายที่คิดเอง ไม่ฟังเสียงคนด้านล่าง แล้วก็ไปรวมกลุ่มกับนายทุนมาจัดการกับพวกเรา ดูอย่างชาวบางกลอย

“ทำไมคนที่ไปฆ่าเสือดำในป่าถึงไม่จับ นี่คือกฎหมายที่ยุติแล้วหรือ ไม่มีความเป็นธรรม กระบวนการยุติธรรมไม่มีแล้ว มันยุติไปหมดแล้ว สุดท้ายพวกเราต้องไปรับเวรรับกรรมเอง จ.สระบุรี มีโรงงานไม่พอ มีค่ายทหารถึง 3 ค่าย หากบอกว่าโรงไฟฟ้าสะอาดให้เอาโรงไฟฟ้าไปสร้างในค่ายทหาร” น.ส.ธนพรกล่าว


น.ส.ธนพร
กล่าวต่อว่า รัฐบาลชุดนี้ทำแต่เรื่องที่ไม่ควรทำ ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ อีกเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้คือระบบการศึกษา เรียนไปแล้วมีงานทำจริงหรือไม่ เรียนจบได้ใบปริญญามาแล้วไปติดข้างฝาใช่หรือไม่ มีปัญญาที่จะหางานให้คนวัยทำงานได้หรือไม่ บางคนจบปริญญาตรีไปขายน้ำเต้าหู้ก็ได้

“ท้ายที่สุด รัฐบาลไปกู้เงินมา 1 ล้านล้านบาท บอกจะมาฟื้นฟูเศรษฐกิจแต่ตั้งแต่ปี 2563 เห็นฟื้นฟูเศรษฐกิจตรงไหน เห็นหรือไม่ กลับไปดูต่างจังหวัด เห็นแต่ทำถนน ประชาชนได้อะไร เขาตั้งคำถามกัน วิ่งไปเลยถนนที่อยู่บนเขาสระบุรี ที่ดีๆ ก็ไปทำให้พัง นี่คือความผิดพลาดของตู่ที่ไม่ควรมาบริหารประเทศต่อไปได้ รัฐบาลชนชั้นปกครองมีไม่เยอะ พวกเรามีมากกว่า จะกลัวเขาหรือไม่ ถ้าไม่กลัวก็ออกมา พี่น้องลองสังเกตว่าทำไมปัญหาประเทศไทยมีเยอะ ปัญหาเก่าก็แก้ไม่ได้” น.ส.ธนพรกล่าว

ก่อนจะตะโกนข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ

ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. มีการแสดงคนคล้ายหุ่นประกอบร้องแร็ปไปด้วย โดยเพลงชื่อว่า ถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ของวง RAP AGAINST DICTATORSHIP

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แห่ร่วมส่งท้าย ปิดมหกรรมกัญชาบุรีรัมย์ โรงแรม-ห้างร้านแฮปปี้ ชี้เงินสะพัด-ต่อยอดธุรกิจมหาศาล
บทความถัดไปดาวกับดวง ประจำวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564