‘อนุทิน’ ชงลดกักตัว 10 วัน เริ่ม เม.ย.นี้ เว้นแอฟริกาคง 14 วัน สกัดโควิดกลายพันธุ์

‘อนุทิน’ ชงลดกักตัว 10 วัน เริ่ม เม.ย.นี้ เว้นแอฟริกาคง 14 วัน สกัดโควิดกลายพันธุ์

วันนี้ (8 มีนาคม 2564) ที่กระทรวงสาธารณสุช (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 ว่า การประชุมหารือกันหลายประเด็น ซึ่งต้องเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาอนุมัติ มี 3 เรื่องหลัก คือ เรื่องที่ 1 การออกใบรับรองการฉีดวัคซีน วัคซีนพาสสปอร์ตหรือสมุดเล่มเหลือง โดยคนกลุ่มแรกที่จะได้รับเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนภายในประเทศ จะเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกจากบริษัทซิโนแวค เมื่อวันที่ 28 ก.พ. และเข็มที่ 2 ในวันที่ 21 มี.ค. ออกโดยสถานพยาบาลที่ฉีดวัคซีน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากต้องการเดินทางไปต่างประเทศก็สามารถนำใบรับรองฯ ไปขอรับวัคซีนพาสสปอร์ตหรือสมุดเล่มเหลือง ได้ที่สถานพยาบาล ซึ่งมีค่าธรรมเนียนเล่ม 50 บาท และเพิ่มอีก 50 บาท สำหรับฉบับอิเล็กทรอนิก ส่วนการใช้วัคซีนพาสสปอร์ตในต่างประเทศ จะรับรองอย่างไรเป็นเรื่องของแต่ละประเทศ ซึ่งอยู่ในการดำเนินการจากแต่ละประเทศอยู่

นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องที่ 2 การลดวันกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว เนื่องจากทั่วโลกมีผู้ได้รับวัคซีนกว่า 250 ล้านโดส ทำให้มีภูมิต้านทานและการติดเชื้อลดลงในหลายประเทศ ที่ประชุมมีความเห็นชอบให้ดำเนินการ ดังนี้ กรณีที่ 1 ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน อย่างน้อย 14 วัน และไม่เกิน 3 เดือนก่อนเดินทางถึงไทย และมีเอกสารรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 (COVID-19 Free) ให้ลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน ยกเว้นผู้เดินทางมาจากทวีปแอฟริกายังคงต้องกักตัว 14 วัน ป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ กรณีที่ 2 ผู้มีสัญชาติไทย มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน อย่างน้อย 14 วัน และไม่เกิน 3 เดือนก่อนเดินทางถึงไทย แต่ไม่มีเอกสารรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน และ กรณีที่ 3 ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน มีเพียงเอกสารรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กักตัวเหลือ 10 วัน

“ฉะนั้นหากไม่ได้มาจากประเทศในแถบปทวีปแอฟฟริกาจะกักตัวจะเหลือ 10 วัน แต่จะกักตัว 14 วันเฉพาะคนที่มาจากทวีปแอฟริกา มาตรการนี้จะให้เริ่มดำเนินการได้ในเดือน เม.ย. และต่อไปในเดือน ต.ค. หากการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง ประชาชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้นตามเป้าหมายถึงร้อยละ 70 ก็พิจารณาว่าอาจผ่อนคลายให้เข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว เป็นเรื่องอนาคตที่ต้องดูผลการทดลอง เก็บข้อมูลการฉีดวัคซีนที่เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของภูมิต้านทาน เช่น อัตราการติดเชื้อ มีภูมิฯ กี่วัน อัตราความรุนแรงของโรค เราก็จะวิเคราะห์ เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ต่อไป” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า นอกจากนั้น เรื่องที่ 3 ที่ประชุมหารือถึงสถานการณ์การเมืองของเมียนมา มีความกังวลว่าจะมีผู้เดินทางเข้ามาในไทยตามแนวชายแดนมากขึ้น จึงขอให้ สธ. เตรียมพร้อมรับมือและเน้นย้ำหน่วยงานความมั่นคงในการตรึงแนวชายแดนให้มากที่สุด ต้องมีการเดินทางเข้าอย่างถูกกฎหมายและผลักดันผู้ที่ลักลอบออกไปให้มากที่สุด ทั้งนี้ สธ. เตรียมจัดสถานกักกันคนกลุ่มดังกล่าว เช่น สถานกักกันโรคท้องถิ่นภายในจังหวัด การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม

เมื่อถามถึงการยกเว้นผู้เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาใต้ ขณะที่ยังมีโควิด-19 กลายพันธุ์ในบราซิลและอังกฤษด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ยึดตามหลักวิชาการ ข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาว่า วัคซีนที่เรามีอยู่ยังไม่ครอบคลุมเชื้อกลายพันธุ์ในแอฟริกา เราต้องจำกัดวงในประเทศกลุ่มเสี่ยงก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะอาจมีคำถามว่าหากมีการเดินทางต่อเครื่องจากประเทศอื่นก่อนเข้าไทยจะเป็นอย่างไร ก็ต้องขอให้เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 14 วัน แต่ไม่ได้ห้ามเข้าประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สรุปผลสอบ ปมฉีดวัคซีนโควิด-19 วีไอพีเชียงใหม่ สธ.ยันทุกชื่อ อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย
บทความถัดไปเช็กด่วน!! อาการคัน จุดซ่อนเร้น ภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องไม่ชะล่าใจ #น้องไม่คันถ้าพี่แคร์