เมื่อเวลา 11.47 น.ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขึ้นเวทีกล่าวคำปราศรัยต่อประชาชน ข้าราชการ กว่า 2,000 คนที่มารอต้อนรับ ว่า
เชื่อว่าชาว จ.ร้อยเอ็ดสนับสนุนตนทั้งหมด ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะลงมติเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ ถึงจะอย่างไร ตนไม่เคยโกรธ เพราะมีการพูดเลอะเทอะอยู่เรื่อยไป มาวันนี้ตนไม่ใช่นักการเมือง มาในฐานะผู้รับใช้ ไม่ได้เป็นเจ้านายของท่าน แต่เป็นทหารมีหน้าที่รับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เป็นที่พึ่งของทุกคนในทุกโอกาส ขณะเดียวกันก็มาในฐานะนายกฯ ยิ่งพูดก็ยิ่งต้องระวังตัว ต้องมีหิริโอตตัปปะ ความละอายเกรงกลัวต่อบาปเพื่อทำความดี ไม่ใช่สู้ให้สื่อเขียนถึง ทุกอย่างผิดคือผิด ไม่ได้มาหาเสียง หรือทำให้ประชาชนรัก แต่นำพาความรักมายังประชาชน เพราะเรามีโอกาสทำงานร่วมกันอีกระยะหนึ่ง อยากให้ทุกคนมีความหวังและอนาคต แม้สิ่งที่กำลังทำจะยังไม่เกิด แต่แนวความคิดแผนงานกำลังทำอยู่ แต่เทียบกับคนที่ไม่เคยแสดงเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ได้ นั่นไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะต้องเป็นผู้สร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นทุกมิติ ข้าราชการเองต้องขับเคลื่อนตามนโยบายที่วางไว้ ดูว่าอะไรเป็นความเร่งด่วนต้องทำก่อน อย่าให้ใครมาพูดว่าจะทำนู่นนี่ให้ เพราะถือเป็นการหลอกลวงทั้งเพ เป็นการได้รัฐบาลมาแต่ปัญหาเกิดขึ้น ที่ผ่านมา ข้าวราคาตก ไม่ใช่รัฐบาลไม่อยากขายข้าว แต่เมื่อราคามันตก เกิดความเสียหาย จึงไม่ขาย หลายประเทศถามเราว่า ประเทศไทยจำนำข้าวแล้วดีขึ้นหรือไม่ แต่พอมีปัญหาหลายประเทศบอกว่าโชคดีแล้วที่ไม่ทำตาม
“คือราคาในท้องตลาดลดลง ก็ต้องไปดูความต้องการรอบบ้านต่างประเทศว่าต้องการข้าวประเภทไหน เราก็ผลิตตรงนั้นให้เยอะหน่อย ส่วนที่ขายไม่ดีก็ไว้กินไว้ใช้ ถ้าทุกคนผลิตข้าวขายทั้งหมดจะขายใคร จะเอาไปจำนำเหรอ ใครยังไม่ได้เงินจำนำข้าว หรือจะรอจำนำรอบใหม่บ้าง ไปดูเถอะข้าวเหลือในคลังเยอะแยะ ไปให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบมา อย่าทำอีกเลย เพราะ 1.รัฐเสียงบประมาณไปโดยไม่จำเป็น ประเทศชาติจะเสียหายด้วยระบบงบประมาณ 2.ทำให้ข้าวเราจะคุณภาพแย่ลง และกระทบต่อระบบปล่อยน้ำ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เชื่อใจและเชื่อมั่นตนหรือยัง เชื่อหรือยังว่าตั้งใจ ต้องทำงานเพื่อประชาชน ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย และก่อนหน้านี้ไม่ได้คาดหวังจะเป็นนายกฯด้วย แต่ที่ต้องมายืนตรงนี้ อาจจะเป็นโชคชะตา วันนี้ต้องมาร่วมกันจึงจะดีกว่า อย่าขัดแย้งกันเลย มีเรื่องไม่เข้าใจกันนิดหน่อย ก็สามารถสอบถามกันได้ ปัญหาแก้ได้เลย บางอย่างก็ต้องใช้เวลา ส่วนเรื่องของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ต้องให้เกียรติเขา เพราะเป็นการคัดเลือกจากทุกฝ่าย ทั้งเหลือง แดง เขียว ส้ม เพื่อร่วมกันพิจารณาว่าประเทศจะไปในทิศทางใด แม้มีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่เมื่อมติออกมาอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ซึ่งบางเรื่องจะต้องมีการปรับปรุง เช่นระบบภาษี ไม่ต้องกังวลว่ารัฐบาลจะขูดรีดคนจน เพราะตนก็เคยจน เคยเป็นนายทหารชั้นผู้น้อยมาก่อน
“ถ้าประชาชนขยัน ก็จะรวยเอง วันนี้รัฐมนตรีมีเงินเดือนเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่เอาเงินไปช่วยงานแต่ง งานศพ เหมือนนักการเมือง เงินเหล่านั้นคือเงินพวกท่านทั้งนั้น วันนี้ผมหยุดเงินพวกนี้ไว้ และอย่ามาต่อว่ารัฐบาล ผมยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนผมเปิดศึก แต่ที่พูดก็เพื่อความเข้าใจ รัฐบาลและ คสช.มีจุดมุ่งหมายเป็นของตนเอง ประชาชนก็ต้องมีจุดมุ่งหมายด้วย ต้องคิดอย่าให้ทะเลาะกัน แผนงบประมาณเองก็จะต้องปรับใหม่ ใครมาเป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี จะใช้ตามอำเภอใจไม่ได้” นายกฯกล่าว

