เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.เขต 3 พปชร.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราชที่ผ่านมาว่า ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐต่างก็ซื้อเสียงทั้งนั้น ซื้อเสียงพี่น้องประชาชน มีข้อมูลแต่สามารถเอาผิดได้แค่ตัวเล็กๆ ในครั้งนี้จึงจะไม่มีการฟ้องร้องใดๆ จะฟ้อง กกต.แทน ปล่อยให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงขนาดนี้ ประธาน กกต.ยังด้านอยู่ พูดหลอกประชาชนไปเรื่อย ดังนั้นควรลาออกจากการเป็นประธาน กกต. ว่า ฟังจากท่านเสรีพิศุทธ์แล้ว ท่านจะพูดในมิติที่ท่านมองเห็น แต่ผมลงสมัครในครั้งนี้ในนามพรรคพลังประชารัฐ ภายใน 5 วันหลังที่ประกาศเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าผมเป็นคนในพื้นที่และมีความพร้อมตลอดเวลา ถามว่ามีผู้สมัครท่านใดที่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 บ้าง เขตนั้นมีแต่ตนคนเดียวเท่านั้น คนอื่นแม้จะลงคะแนนเลือกตั้งตัวเองยังไม่ได้ นี่ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นคนในพื้นที่ และเติบโตในพื้นที่
นายอาญาสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเสียง รู้แม้กระทั่งชื่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มแม่บ้านใน 4 อำเภอ เจ้าของร้าน เจ้าของบ้าน นาจูดอยู่ตรงไหน วังฆ้อง ขอนหาด เพราะเติบโตมาจากที่นั่น ทำงานเป็นปลัดอำเภอในพื้นที่ มั่นใจว่าตนเองได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่มากกว่าการเลือกตั้งรอบที่แล้วด้วยซ้ำไป
อ่านข่าว : ‘เสรีพิศุทธ์’ แฉ 2 พรรคใหญ่ซื้อเสียงเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน เตือนปชช.คิดให้เป็น เงิน 500 กินได้ไม่นาน
– ‘ราเมศ’ ลั่น ปชป.มีศักดิ์ศรี ท้า ‘เสรีพิศุทธ์’ ฟ้อง กกต.ปมแฉซื้อเสียง ย้อนถาม พรรคไหนแน่จะไร้ที่ยืน
นายอาญาสิทธิ์กล่าวอีกว่า เมื่อสมัครแล้วก็เดินรณรงค์หาเสียงเพื่อให้ประชาชนรับรู้ รับทราบว่าจะลงสมัครอีกครั้ง อันนั้นก็แล้วแต่ แต่ละพรรคจะทำอย่างไร ในเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ รวมถึงการจัดเวทีปราศรัยต่างๆ ซึ่งคนที่มาร่วมฟังการปราศรัยล้วนแต่เป็นคนที่ต้องการมาแสดงตน สนับสนุนผู้สมัครของพรรคนั้นๆ จะมาคิดว่าคนมามากขนาดนี้ จะไปเสียเงินเพื่อซื้อเสียง ต้องมีข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้ง
“การพูดแบบนี้เท่ากับไปดูแคลนความคิดของพี่น้องประชาชนที่เข้ามาลงคะแนน ท่านรู้ได้อย่างไรถ้าหากเค้ามาลงคะแนนเลือกผู้แทนของตัวเอง คิดหรือว่าถูกซื้อมาหรือไม่ พูดอะไรได้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่มิติที่ท่านเห็น ท่านก็ไปพิสูจน์กับสังคม หรือไม่ก็ไปร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. กกต.”
“ส่วน กกต.จะทำหน้าที่ในการจับผิดการซื้อเสียงหรือไม่นั้น ไม่อาจก้าวก่ายได้ เนื่องจาก กกต.เป็นองค์กรอิสระ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เราไม่สามารถไปก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กรได้
“หากท่านทราบก็แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป ผมรู้แต่เพียงว่าตลอดเวลาเพียงเดือนกว่าๆ ผมรู้จักพื้นที่มากขึ้นด้วยตัวของผมเอง ผมจึงยืนยันว่าผมจะทำหน้าที่ให้มากกว่าการเป็นนายอำเภอ ตอนเป็นนายอำเภอชาวบ้านมารอ แต่วันนี้ตนเป็น ส.ส.ผมต้องไปรอชาวบ้าน” นายอาญาสิทธิ์กล่าว

