หน้าแรก การเมือง ‘ชำนาญ’ ชี้ แ...

‘ชำนาญ’ ชี้ แก้ไข รธน.ลากยาว คร่อมเลือกตั้งรัฐบาลหน้า งง ศาลใช้อำนาจใดให้ทำประชามติ

11.03.21 | 17:45 น.

‘ชำนาญ’ ชี้ แก้ไข รธน.ลากยาว คร่อมเลือกตั้งรัฐบาลหน้า งง ศาลใช้อำนาจใดให้ทำประชามติ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 วินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อน ว่า จากคำวินิจฉัยนี้ปรากฏให้เห็นว่าไม่สามารถลงมติในวาระ 3 ได้ คือต้องทำประชามติก่อนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสามารถทำได้หรือไม่

นายชำนาญกล่าวว่า โดยสรุปแล้วจะต้องลงประชามติ 3 ครั้งคือ ครั้งที่ 1 ทำประชามติถามประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ ครั้งที่ 2 เมื่อผ่านการพิจารณาวาระ 3 เสร็จก็ต้องมาทำประชามติว่าเห็นด้วยกับเนื้อหาที่แก้ไขหรือไม่ และหากในร่างแก้ไขมีการให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็จะเข้าสู่ การทำประชามติครั้งที่ 3 เมื่อ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็ต้องทำประชามติอีกครั้ง

อ่านข่าว : ด่วน! มติศาลรธน.ไฟเขียว ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ วางเงื่อนไขทำประชามติ 2 ครั้ง

นายชำนาญกล่าวต่อว่า หรืออาจจะเป็นอีกกรณีที่ให้ทำประชามติ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ทำประชามติถามประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ ซึ่งก็อาจจะระบุไปเลยว่าไม่ต้องมาทำประชามติอีกครั้ง เพราะทำประชามติครั้งแรกไปแล้ว เหมือนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เมื่อผ่านสภาแล้ว ประธานสภาก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และ ครั้งที่ 2 เมื่อ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็ต้องทำประชามติอีกครั้ง

Advertisement

นายชำนาญกล่าวว่า ประเด็นที่ตนติดใจคือ การที่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้นั้น ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตราใดที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญบอกให้ทำประชามติใหม่ และในมาตรา 256 ก็ไม่ได้บอกไว้ กรณีคำวินิจฉัยนี้เป็นเพียงความเห็นเพียงอย่างเดียวหรือไม่ ดังนั้น การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ในวันที่ 17-18 มีนาคมนี้ จึงไม่สามารถทำได้ เพราะจะถือว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการตั้ง ส.ส.ร.คือการทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จึงต้องทำประชามติก่อน ฉะนั้น การพิจารณาวาระ 3 จึงเป็นอันตกไป

เมื่อถามว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะลากยาวไปอีกนานหรือไม่ นายชำนาญกล่าวว่า คร่อมรัฐบาลแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีผลต่อบทเฉพาะกาลที่มีอยู่ด้วย และไม่มีผลต่อ ส.ว.ชุดนี้ด้วย แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาจะตัดสินใจอย่างไร

นายชำนาญกล่าวว่า นอกจากนี้การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการให้ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดย ส.ส.ร. แสดงว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้กลับไปเป็นของประชาชน ดังนั้น การไปจำกัดว่าไม่ให้แก้ไขหมวดใดหมวดหนึ่งไม่สามารถทำได้ หมายความว่า สามารถแก้ไขได้ทุกมาตรา เป็นเหมือนการเซ็ตซีโร่