โหวตแก้รธน.วาระ 3 วุ่น ! พปชร.-ส.ว.จับมือประสานเสียงการแก้ไขรธน.แท้งแล้ว

โหวตแก้รธน.วาระ 3 วุ่น ! พปชร.-ส.ว.จับมือประสานเสียงการแก้ไขรธน.แท้งแล้ว เป็นกระบวนการที่ไม่ชอบ ฝ่ายกม.สภาฯหารือเครียด ชี้ติดเงื่อนเวลา 30 วันตั้งส.ส.ร-ทำประชามติ หวั่นไม่ทันแน่

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน นัดประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ กรณีคำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1)
ผลการพิจารณา มีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่ารัฐสภาหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าและประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุถึงมติศาลรธน.ว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านวาระสามแล้ว ให้ไปถามประชาชนว่าจะเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าเห็นชอบก็ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งกำหนดให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วดำเนินการเลือก ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยกร่างเสร็จก็ไปถามประชาชนอีกครั้งหนึ่งแล้วประกาศใช้ฉบับใหม่ ที่รัฐสภาดำเนินการอยู่เดินแนวนี้และเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้นต้องลงประชามติเสียก่อน โดยคำถามคือถามว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ดังนั้น ญัตติที่ค้างการพิจารณาอยู่นั้น ไม่ได้ดำเนินการตามนี้ก็ต้องตกไป และการที่จะถามประชามติประชาชนได้นั้นก็ต้องรอพ.ร.บ.ประชามติประกาศใช้ก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาวันที่ 17-18 มีนาคม ก่อนนำขึ้นทูลฯเกล้า จากนั้นสภาฯจึงค่อยดำเนินการมีมติเพื่อขอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)จัดทำการออกเสียงประชามติ ซึ่งกระบวนการต้องรอให้มีกฎหมายเสียก่อน

เช่นเดียวกับ นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ชี้ว่า รัฐสภาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ต้องผ่านการทำประชามติถามประชาชนก่อน โดยเชื่อว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านวาระหนึ่ง วาระสอง และเตรียมเข้าสู่วาระสามของรัฐสภานั้น เป็นกระบวนการทำที่ไม่ชอบ และใช้ไม่ได้ เพราะไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และถือว่าเป็นการกระทำที่เกินไปกว่าคำวินิจฉัยที่ระบุว่าต้องถามความประสงค์ของประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ อย่างไรก็ดีตนเชื่อด้วยว่าการลงมติวาระสาม ในวันที่ 17 มีนาคม นี้ ไม่สามารถเดินหน้าได้

ส่วนฝ่ายกฎหมาย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีการถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียดเห็นว่า การประชุมลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะขั้นตอนการทำประชามติจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 เพื่อเตรียมเลือกส.ส.ร. แต่ปรากฎว่ามีปัญหาสำคัญอยู่ที่มาตรา 5 ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เพิ่งผ่านวาระ 2 ไประบุว่า “ในวาระเริ่มแรกให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการรับสมัครการเลือกตั้งส.ส.ร.ภายใน 30 วัน นับจากนี้รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ”

หมายความว่า หากร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านวาระ 3 และมีผลบังคับใช้ จะต้องตราพระราชกฤษฎีการเลือกตั้งส.ส.ร.ใน 30 วัน โดยที่ยังไม่มีการสอบถามประชามติจากประชาชนจะยินยอมให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากมีการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะผิดเงื่อนไขของศาลรัฐธรรมนูญทันที หรือหากจะจัดให้ทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชน ก็จะมีเวลาแค่ 30 วัน ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ฝ่ายกฎหมายยังไม่สามารถหาทางออกได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon