‘วิษณุ’ ชี้ ขึ้นอยู่กับสภา ให้รอดู 17 มี.ค. ปมแก้รธน.วาระ3 ยัน หากยุบสภาเรื่องที่ค้างไม่สะดุด
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 12 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภาสามารถเดินหน้าโหวตวาระ 3 ต่อไปได้หรือไม่ ว่า คดีนี้เนื่องจากไม่มีคู่ความศาลจึงไม่ได้อ่านคำพิพากษา มีแต่คำสรุปเผยแพร่ออกมาไม่กี่บรรทัดอ่านดูแล้วยังไม่เข้าใจ แต่เขาได้ส่งคำวินิจฉัยฉบับเต็มไปที่ประธานรัฐสภาซึ่งคาดว่าส่งถึงแล้วและทางสภาคงได้วิเคราะห์กันแล้ว
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า เอาโดยสรุปตนเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของสภา สภาจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ โดยวาระหนึ่ง วาระสองไม่ได้มีปัญหาแต่ปัญหาอยู่ที่วาระสามจะลงมติได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งประธานสภาได้บรรจุวาระนี้เข้าไปในที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 17 มีนาคมเวลา 09.30 น.ไว้แล้ว คงจะมีการว่ากันในสภา ถ้าสภาเห็นว่าไม่ควรจะโหวตก็ไม่โหวตก็เลิกไปเฉยๆ เพราะมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าสภาเห็นว่าไม่เป็นไรโหวตไป สุดท้ายถ้าให้ทำประชามติก่อน เดี๋ยวมาคิดกันก็สามารถทำอย่างนั้นได้ แต่ความเสี่ยงก็จะมีเพราะคำวินิจฉัยออกมาอย่างนี้ แล้วก็มีอีกฝ่ายที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยในการโหวตวาระสามอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของส.ว.และส.ส. ก็อาจมีความเป็นไปได้เมื่อโหวตวาระสาม 1.อาจจะไม่มีคนมาประชุม 2.มาแต่งดออกเสียงเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี หรือ 3.ลงมติไม่เห็นชอบ หรือคว่ำ ให้ตกไปให้จบเรื่องแล้วค่อยไปเริ่มต้นกันใหม่ โดยจะเริ่มที่ลงประชามติก่อนเพื่อแก้ทั้งฉบับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำ หรือจะแก้เป็นรายมาตราก็เป็นเรื่องที่ไปคิดอ่านกัน ซึ่งทั้งหมดนี้คือความเห็นของตน
เมื่อถามว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ววาระสามสามารถโหวตได้หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ไม่ทราบเพราะตนนยังไม่เห็นคำวินิจฉัย แต่มันคงไม่มีอะไรผิดพลาดที่จะโหวต แต่ถ้าโหวตแล้วก็อาจจะไม่ผ่านซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดให้เรื่องมันจบลงดีกว่าคาไว้
เมื่อถามว่าการทำประชามติควรเริ่มในช่วงเวลาใด นายวิษณุ กล่าวว่า ช่วงไหนก็ได้แต่ต้องเข็นให้กฎหมายประชามติผ่านเสียก่อน เมื่อออกมาแล้วก็คิดกันต่อไป ถ้าจะลงประชามติก่อนก็ลงได้
ถามต่อว่าการทำประชามติจะเร็วสุดได้เมื่อใด นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบเพราะต้องเข้าวาระสองก่อนยังไม่รู้คณะกรรมาธิการเขาจะแก้อย่างไร มันมีหลายสำบัดสำนวน กรรมาธิการข้างน้อยเอาอย่างกรรมาธิการข้างมากเอาอย่างและรัฐสภาต้องเป็นคนโหวต และสมมติว่าผ่านวาระสามไปแล้วหลังมีการโปรดเกล้ากฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ทันที กฎหมายประชามติเป็นแค่เครื่องมือในการออกเสียงประชามติ โดยผู้ทำประชามติคือรัฐบาล ส่วนการตั้งคำถามก็คงต้องคิดด้วยกัน ถือเป็นคำถามของรัฐบาล เมื่อถามว่าหากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการแก้ทั้งฉบับ ก็ไม่สามารถทำได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถูกต้อง
เมื่อถามว่าหากมีการโหวตคว่ำ การทำประชามติ หรือ แก้รายมาตรา อันไหนจะมีแนวทางมากกว่ากัน นายวิษณุ กล่าวว่า กระแสในสภาเขาอยากให้มีการทำรายมาตราอยู่แล้ว ซึ่งไม่ยาก เพราะการทำรายมาตรานั้นเร็ว เดือนครึ่งก็เสร็จแล้ว เพียงแต่คิดให้ตรงกันเสียก่อนว่า คำว่าหลายมาตรานั้นหมายถึงมาตราไหน ตรงนี้นี่แหละจะพูดกันยาว ซึ่งถ้ามีความเห็นร่วมกันได้ก็จบ ในทางที่ดีคือรายมาตราที่ไม่ต้องลงประชามติมันง่ายเดือนเดียวก็เสร็จ
เมื่อถามว่านายวิษณุเคยยกตัวอย่าง 4-5 ประเด็นที่ต้องทำประชามตินั้นมีประเด็นอะไรบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ประเด็นเหล่านี้เขียนอยู่ในมาตรา 256 อยู่แล้ว คือ 1. วิธีแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนี้วิธีแก้มีอยู่ 2 แบบ คือวิธีแก้ธรรมดากับไปร่างใหม่ ถ้าร่างใหม่ก็ต้องไปทำประชามติก่อนและหลัง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ถ้าเป็นการแก้ธรรมดา หนึ่ง วิธีแก้รัฐธรรมนูญจะต้องไปออกเสียงประชามติ สอง ในส่วนที่เกี่ยวกับ คุณสมบัติอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ สาม ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของหมวดพระมหากษัตริย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชัดเจนว่าไม่มีอะไรต้องตีความ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลในเรื่องของกรอบเวลาหรือไม่ หากต้องไปร่างใหม่ที่ต้องใช้เวลา 24-26 เดือน ซึ่งอาจจะไม่ทันสภาชุดนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่จำเป็นต้องยาวขนาดนั้น ทุกอย่างใช้คำว่าภายใน ดังนั้นหนึ่งเดือนก็ภายในสองเดือนก็ภายใน แต่ความหมายคือไม่เกิน 280 วัน แล้วจะไปรอให้จบที่ 280 วันทำไม ซึ่งในไทม์ไลน์นี้ก็สามารถยืดหยุ่นได้ อยู่ที่ว่าแก้อะไรและเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ ถ้าทำได้เร็วมันก็เร็ว ข้อสำคัญ เมื่อเกิด ส.ส.ร. ขึ้นแล้วสภาจะยุบหรือไม่ หรือจะตั้งใหม่หรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกันทุกอย่างเดินหน้าของมันไปเรื่อย เพราะสภาชุดใหม่ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้เลย ส.ส.ร. เป็นอีกหนึ่งสภาที่แยกออกมาต่างหากจากรัฐสภา
นายวิษณุ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นคำตอบโดยสรุป ง่ายๆคืออยู่ที่สภา ว่าจะต้องคิดอย่างไรถ้าสภาคิดว่าอย่างนั้นไม่รู้จะไปโหวตทำไมก็จบ และถ้าเป็นอย่างนี้ในวันที่ 17 มีนาคม เวลา 09.30 น. ก็ให้คุยกัน เสียก่อน แต่ถ้าสภา บอกว่าให้ลงมติ แล้วค่อยไปคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไร ก็ลงไป แต่มีโอกาสที่สมาชิกสภาจะงดออกเสียงเป็นไปได้สูง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงแม้ว่าสภาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เช่นอาจจะยุบสภา เรื่องที่ค้างอยู่นี้ยังคงเดินหน้าต่อไปใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ครับ ไม่สะดุด

