จาตุรนต์ อัด รบ.ผูกขาดวัคซีน ฉีดช้า ไม่ครอบคลุม จี้เปลี่ยนแผนใหม่ ก่อนไทยเสียหายมหาศาล

จาตุรนต์ อัด รบ.ผูกขาดวัคซีน ฉีดช้า ไม่ครอบคลุม จี้เปลี่ยนแผนใหม่ ก่อนไทยเสียหายมหาศาล

หลังจากวันนี้ (12 มีนาคม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดฉีดวัคซีน “แอสตร้าเซนเนก้า” โดยมีรัฐมนตรี 11 ราย รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระบุว่าติดภารกิจ ไม่เข้าร่วมฉีด อีกทั้งบางรายมีโรคประจำตัว ต้องได้รับผลการยืนยันก่อนนั้น

ต่อมา ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนงานการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แถลงข่าว ระบุว่า เวลา 18.29 น. (วานนี้) มีการรายงานข้อมูลจากประเทศเดนมาร์ก ออสเตรีย รวมถึงประเทศในทวีปยุโรป ที่มีการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามากกว่าล้านโดส พบผลข้างเคียงที่ทำให้เลือดแข็งตัวในหลอดเลือดดำ และมีผลไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น

“ส่งผลให้ประเทศเดนมาร์กประกาศชะลอการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไป 2 สัปดาห์ เพื่อสืบค้นข้อมูลว่าผลข้างเคียงดังกล่าวที่เกิดขึ้นในเดนมาร์กและออสเตรีย เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ ทั้งนี้ ทำให้คณะแพทย์และทีมงานฉีดวัคซีนต้องนำมาพิจารณา

“การฉีดวัคซีนให้ประชาชน ทางทีมแพทย์ และ สธ. หวังอย่างเดียวว่า วัคซีนต้องปลอดภัยที่สุด ฉะนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เราไม่จำเป็นต้องรีบฉีด แม้ว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จะมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพที่ดี แต่เมื่อมีผู้บอกให้ชะลอ เราก็ควรที่จะรอฟังผลนั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน” นพ.ปิยะสกลกล่าว

ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยถึงกรณีทั้งหมดว่า ถึงวันนี้นายกฯยังไม่ฉีด แล้วเมื่อไหร่คนไทยจะได้ฉีด? “ผูกขาดวัคซีน” ความผิดพลาดร้ายแรงที่ต้องรีบทบทวน

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีอีกหลายคนต้องยกเลิกการฉีดวัคซีนในวันนี้แสดงให้เห็นปัญหาความผิดของนโยบายและแผนของรัฐบาลในการฉีดวัคซีนอย่างไม่อาจปฏิเสธแก้ตัวได้อีกต่อไป รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายที่ผิดพลาดนี้โดยด่วนที่สุด

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ตอนที่มีการฉีดวัคซีนโชว์เป็นเข็มแรก นายกฯไม่ได้ฉีดเพราะ Sinovac ไม่ใช้สำหรับผู้ที่อายุเกิน 60 ขณะนั้น วัคซีน AstraZeneca เพิ่งมาถึงไทย แต่ยังใช้ไม่ได้ ในขณะนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันในหลายประเทศในยุโรปว่าวัคซีนของบริษัทนี้ควรใช้กับผู้ที่อายุเกิน 65 ปีหรือไม่ ต่อมาบางประเทศก็เปลี่ยนท่าทีเป็นยอมรับการใช้วัคซีน AstraZeneca กับผู้ที่อายุมากได้

นายจาตุรนต์กล่าวว่า แต่ล่าสุดบางประเทศในยุโรปชะลอการใช้วัคซีน AstraZeneca เนื่องจากสงสัยว่าใช้แล้วอาจมีผลต่อการเกิดลิ่มเลือด บางประเทศก็ไม่เห็นด้วย และผู้เชี่ยวชาญของบริษัทก็อธิบายถึงการค้นคว้าวิจัยยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการใช้วัคซีนกับการเกิดลิ่มเลือด แต่บางประเทศก็ยังสงสัยและต้องการดูเรื่องอย่างระมัดระวัง
นี่คงเป็นสาเหตุที่นายกฯและรัฐมนตรีหลายๆ คนยกเลิกการฉีดวัคซีนในวันนี้

“จะเห็นได้ว่ามีความไม่แน่นอนในการใช้วัคซีนจากบริษัทต่างๆ ได้ในลักษณะต่างๆ กัน ปัญหาของประเทศไทยจึงอยู่ที่การไปผูกขาดการใช้วัคซีนไว้กับบริษัทเดียว (จะใช้ของ Sinovac บ้างเล็กน้อยก็เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า) ความเสี่ยงจึงสูงมาก นโยบายใช้วัคซีนแบบผูกขาดรายเดียวแบบนี้จึงเป็นนโยบายที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ที่ผิดพลาดไม่น้อยกว่ากันก็คือการฉีดวัคซีนช้าและไม่ครอบคลุมประชากรให้มากพอ

“หากไม่ทบทวนเปลี่ยนนโยบายและแผนเสียใหม่ จะเป็นความเดือดร้อนเสียหายมหาศาลสำหรับประชาชนทั้งประเทศ ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดรอบที่สามจะยังมีอยู่และการฟื้นเศรษฐกิจจะล่าช้าไปอีกเป็นปีๆ” นายจาตุรนต์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กองปราบรวบมือปืนกราดยิงโจ๋ฝั่งธนดับ เหตุแค่ขอชนแก้วแล้วเมินไม่ชนด้วย หนีคดีกว่า 10 ปี
บทความถัดไป‘เศรษฐา’ หวังเสียงส.ว. เปิดทางแก้รธน. เดินหน้าปท. ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด