‘วิโรจน์’ เย้ย ‘บิ๊กตู่’ กล้ารับเหรียญรามาฯ แต่ชิ่งฉีดวัคซีนโควิด ย้ำให้กระจายความเสี่ยง หาหลายยี่ห้อ

12.03.21 | 15:01 น.

‘วิโรจน์’ เย้ย ‘บิ๊กตู่’ กล้ารับเหรียญรามาฯ แต่ชิ่งฉีดวัคซีนโควิด ย้ำให้กระจายความเสี่ยงจัดหาวัคซีนหลายยี่ห้อ จี้ระงับวัคซีนแอสตร้าฯ 35 ล้านโดสล็อตหลัง พร้อมเปิดสัญญาให้ปชช.รู้ด้วย

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และครม.เลื่อนฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หลังมีรายงานว่าพบผู้ที่ฉีดแล้วเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และมี 7 ประเทศในยุโรปที่ยกเลิกไม่นำเข้า และฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้


โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอะไรที่ร้ายแรง วัคซีนใหม่ที่เพิ่งมีการคิดค้นและผลิตออกมาในปริมาณมากและยังไม่ได้มีการใช้งานมาก่อน ก็จะพบปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ นี่จึงเป็นสิ่งที่ตนและพรรคก้าวไกลย้ำมาโดยตลอดว่า ควรจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนจากหลายแหล่งหลายยี่ห้อ เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือก ในกรณีที่พบอุบัติการณ์อะไรก็ตามที่เป็นข้อสงสัยและข้อกังวลที่ต้องรอการพิสูจน์ ประชาชนจะได้มีวัคซีนตัวอื่นในการที่จะฉีดและสร้างภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องและไม่สะดุดหยุดลง ทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใต้การฉีดวัคซีนสามารถดำเนินต่อไปได้

นายวิโรจน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามปัญหาของกรณีนี้ไม่ได้อยู่ที่การชะลอหรือระงับการฉีดวัคซีนชั่วคราว แต่เป็นการที่รัฐบาลยังกระจุกความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีน โดยทุ่มเทแรงกายแรงใจและงบประมาณส่วนใหญ่ไปที่แอสตร้าเซนเนก้า แม้ว่าวัคซีนนี้จะมีการชี้แจงว่าวัคซีน 1 แสนกว่าโดสที่ประเทศไทยมีมาจากเกาหลีใต้ คนละแหล่งกับที่เป็นข้อสันนิษฐานอยู่

ต้องตั้งคำถามว่า 1. วัคซีนที่เป็นปัญหาที่เดนมาร์กผลิตในโรงงานวัคซีนแถบยุโรป ซึ่งประสบการณ์ผลิตวัคซีนมายาวนาน และถ้าเกิดในเดือน มิถุนายนวัคซีนที่ผลิตโดยโรงงานที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมา และไม่เคยมีประสบการณ์ในการผลิตวัคซีนในปริมาณมากมาก่อน เราเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นเลยหรือ ตนจึงยืนยันว่าไม่เคยโทษบริษัทเอกชน เพราะการเกิดปัญหาในการผลิตสินค้าใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่ผู้ที่รับผิดชอบคือรัฐบาลที่กระจุกความเสี่ยงพาเอาประชาชน 67 ล้านคนไปฝากความหวังแต่เพียงแหล่งเดียว

Advertisement

2.รัฐบาลจะปรับนโยบายในการจัดหาวัคซีนเพื่อกระจายความเสี่ยงหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการรับวัคซีน

3. วัคซีน 35 ล้านโดสที่สั่งแอสตร้าฯ ไปในงวดหลังนั้น จากงวดแรกที่สั่ง 26 ล้านโดส สามารถระงับได้หรือไม่ เพราะถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นประเทศไทยจะมีวัคซีนแอสตร้าฯ มากถึง 61 ล้านโดสทันที และควรเป็นวัคซีนจากยี่ห้ออื่นหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากมีการระงับการสั่งซื้อวัคซีนรัฐบาลจะต้องเสียค่าปรับหรือค่าโง่อีกหรือไม่

นายวิโรจน์ กล่าวว่า 4.เนื่องจากรัฐบาลไม่เคยเปิดสัญญาระหว่างแอสตร้าฯ และสยามไบโอไซเอนท์ หาก 35 ล้านโดสมีเหตุจำเป็นต้องระงับหรือหยุดการสั่งซื้อลง รัฐบาลมีความรับผิดที่ต้องไปชดเชยชดใช้ให้กับแอสตร้าฯ หรือไม่ และตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดสัญญาเพื่อความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมตรวจสอบงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน

5. รัฐบาลมักบอกว่ามีแผนรองรับการบริหารความเสี่ยง แต่วันนี้เราได้เห็นชัดแล้วหรือไม่ว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นที่ยุโรป แล้วมีการเลื่อนการฉีดวัคซีนอย่างปัจจุบันทันด่วน หากรัฐบาลยืนยันกระจุกความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนเกิดขึ้น รัฐบาลจะมีแผนรองรับอย่างไร และ

6.ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนจะอยู่ที่ 10 ล้านโดสต่อเดือน คำถามคือตนอยากให้รัฐบาลเปิดเผยแผนการส่งมอบวัคซีนของสยามไบโอไซเอนท์ ที่ต้องส่งมอบวัคซีนให้กระทรวงสาธารณสุข ว่าสอดรับกับขีดความสามารถในการฉีดวัคซีน 10 ล้านโดสหรือไม่ เป็นคำถามที่ประชาชนต้องการคำตอบจากรัฐบาล

“วันนี้นายกฯ ไม่กล้า 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกคือการไม่กล้าฉีดวัคซีนซิโนแวค เหตุผลที่ไม่กล้าก็ควรอยู่ ในเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าไม่ควรฉีดก็ต้องไม่ฉีด แต่คราวนี้นายกฯ ไม่กล้าถึงคำรบที่ 2 แล้วประชาชนจะรู้สึกอย่างไร คนที่เป็นนายกฯ ยังไม่กล้าเลย ที่ท่านบอกท่านได้เหรียญรามาธิบดีด้วย ผ่านสมรภูมิต่างๆ มา ท่านยังไม่กล้าถึง 2 คำรบ แล้วประชาชนจะกล้าได้อย่างไร

สิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรทำคือการสร้างความเชื่อมั่นที่เป็นรูปธรรมให้กับประชาชน วันนี้ ครม.ทั้งขบวนถอยกรูดแบบปัจจุบันทันด่วน ผมว่าประชาชนก็ต้องลดทอนความมั่นใจลง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเร่งสร้างความมั่นใจแต่ถ้าวันนี้มีวัคซีนหลายยี่ห้อมันจะไม่เกิดปัญหาขึ้น” นายวิโรจน์ กล่าว