‘เดินทะลุฟ้า’ อ่านประกาศ เคลื่อนขบวน มุ่งทำเนียบ ตร.ตั้งแนวสกัดราชดำเนิน สั่งยุติการชุมนุม
สืบเนื่องจากกรณีกลุ่มผู้จัดกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า v.2” นัดหมายรวมตัว เวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล สร้างหมู่บ้านทะลุฟ้า โดยจะปักหลักค้างคืน เพื่อเรียกร้อง การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเปิดพื้นที่รับฟังปัญหาในประเด็นที่หลากหลาย พร้อมทั้งขอให้ผู้ชุมนุมเตรียมอุปกรณ์สำหรับค้างคืน อาทิ เต็นท์ หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้า และอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวมาด้วยนั้น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนถึงเวลานัดหมายชุมนุม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และ สน.สำราญราษฎร์ นำรถกระบะ รถตู้ ทั้งจากสถานีตำรวจนครบาล และสถานีตำรวจภูธร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ไปจนถึงตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) มาประจำการรอบบริเวณถนนราชดำเนินกลาง เจ้าหน้าที่บางส่วนนั่งพักภายในร้านกาแฟชาวดอย โดยมีการนำรั้วเหล็กมาปิดกั้นรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และกรวยจราจรมาตั้งเป็นแนว บริเวณริมทางเท้า หน้าร้านแมคโดนัลด์ เพื่อกำหนดขอบเขตการทำกิจกรรม
ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้นำรถขยายเสียงติดป้ายระบุข้อความ “ราษฎรออนทัวร์” มาจอดบนทางเท้า และเปิดเพลงปลุกใจ อาทิ บทเพลงของสามัญชน โดยมีรถกระบะอีก 1 คัน สำหรับขนอุปกรณ์ทำกิจกรรม ขณะที่พ่อค้าแม่ขาย หน่วยซีไอเอ เริ่มทยอยตั้งร้านค้า ประชาชนและคนเสื้อแดงบางส่วน ทยอยเดินทางปูเสื่อนั่งรอร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
เวลา 13.50 น. ผู้ชุมนุมตะโกน “ปล่อยเพื่อนเรา เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิก 112 ประยุทธ์ออกไปในทันที”

จากนั้น นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ แกนนำเครือข่าย People Go Network กล่าวว่า เราจะตั้งแถวในการเดินขบวน โดยเว้นระยะ 1 ช่วงแขน ขอให้สื่ออยู่ซ้ายมือ ขวามือจะเป็นการ์ด ถ้าขบวนเราโดนสกัด จะไม่ปะทะ สิ่งที่เราจะทำคือ ยิ้ม และชู 3 นิ้ว นั่ง ยืน หรือนอนลงไป การ์ดจะเป็นคนบอก โดยผู้ชุมนุมส่งเสียง แสดงการยอมรับข้อตกลง
นายเลิศศักดิ์กล่าวต่อว่า ขอให้สอดส่ายสายตา ดูตลอดทาง จะมีเจ้าหน้าที่มาแฝงตัว ใครสงสัยให้แจ้งการ์ดเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ ต่อไปนี้ เราจะไม่เรียกว่าทีมการ์ดอีกต่อไป ในขบวนเดินทะลุฟ้า เราจะเรียกว่า ‘ทีมกอด’ เดินไปด้วยกัน ตามข้อตกลงนี้เท่านั้น เรื่องการปะทะเราไม่สามารถทำได้ ต้อขอโทษอีกครั้ง
เวลา 13.57 น. ผู้ร่วมเดินทะลุฟ้า v.2 ตั้งขบวนเป็น 4 แถว โดยมีชายถือธงสีดำ ระบุข้อความ “ราษฎร” และ พระสงฆ์ 2 รูป นำขบวน ตามด้วยคณะราษดรัม ที่ทำการตีกลองรัวส่งเสียงเป็นจังหวะ โดยมีการนำแผ่นกระดาษโพสต์อิต เขียนข้อความ 112 พร้อมขีดฆ่า มาชู หน้าขบวน ทั้งนี้ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำโดย นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท มาสมทบร่วมเดินขบวนด้วย

เวลา 13.05 น. แกนนำขบวน อ่านคำประกาศ ทะลุฟ้า v.2 ความว่า นับจากก้าวแรกที่เดินออกจาก โคราช จนสิ้นสุด ณ หลักกิโลเมตรที่ศูนย์ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ รวม ระยะทาง 247.5 กิโลเมตร พี่น้องราษฎรและเครือข่าย People Go ในนามทีมเดินทะลุฟ้า ได้ประกาศปิดการเดินทะลุฟ้า V.1 เข้าสู่ V.2 ด้วยการเดินไปสร้างหมู่บ้านทะลุฟ้า โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ปล่อยเพื่อนเรา 2.เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ 3.ยกเลิกมาตรา 112 และยกระดับข้อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกการเป็นนายกรัฐมนตรีทันที
สถานการณ์บ้านเมืองมาถึงจุดที่ความยุติธรรมในสังคมได้ถูกทำลายลงไปอย่างสิ้นเชิง การแสดงสิทธิเสรีภาพ การวิจารณ์โดยสุจริต การชุมนุมอย่างสงบ กลับถูกรัฐใช้อำนาจทางกฎหมายปิดปากและล่าม โซ่ กักขัง ความเป็นคนของประชาชน โดยเฉพาะการใช้มาตรา 112 มาเป็นเครื่องมือมาเป็นเกราะเพื่อสืบทอดอำนาจตนเอง การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหาในคดี 112 ด้วยการไม่ให้ประกันตัวเพื่อออกมาสู่กระบวนการต่อสู้ทางศาล แต่กลับจองจำพวกเขาเหล่านั้นก่อนที่จะมีคำตัดสินพิพากษา ซึ่งขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการภายใต้รัฐธรรมนูญที่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ถูกกล่าวหาคือผู้บริสุทธิ ซึ่งมีคนได้รับผลกระทบต่อกรณีนี้มากกว่า 150 คนแล้ว
ในขณะเดียวกันการบริหารราชการแผ่นดินของพลเอกประยุทธ์ ที่อุ้มทุนใหญ่ แต่ละเลยความทุกข์ยากของ ประชาชน ละเลยสิทธิชุมชน ไล่คนออกจากป่า ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจ และความเดือดร้อนอื่นๆ ดั่งจะเห็นได้ชัดเจนจากกรณีปัญหาที่ดินทำกินดั้งเดิมของชาวบ้านบางกลอย เป็นต้น
ดังนั้น นับจากนี้ เดินทะลุฟ้า V.2 จะก้าวเดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาลที่เป็นศูนย์กลาง อำนาจ เดินไปทวงอำนาจของประชาชนกลับคืน เดินไปสร้างหมู่บ้านทะลุฟ้า เขียนรัฐธรรมนูญประชาชน พี่น้องราษฎรทั้งหลาย ถึงเวลาที่เราต้องแปรเปลี่ยนความอัดอั้นต่อระบอบประยุทธ์ ให้เป็นพลังของประชาชนที่จะไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ออกมาร่วมกันเดินและเปล่งเสียงให้ดังทะลุฟ้าว่า
“พี่น้องเอ้ย !ปล่อยเพื่อนเรา เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิก112 ประยุทธ์ออกไป ประยุทธ์ต้องออกไป ประยุทธ์ต้องออกไปโดยทันที ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ”

เวลา 14.10 น. ขบวนเดินทะลุฟ้า เคลื่อนขบวน โดยมีคณะราษดรัมตีกลองเป็นจังหวะ
ต่อมาเวลา 14.18 น. เมื่อขบวนผู้ชุมนุมเดินทะลุฟ้า v.2 เคลื่อนมาถึงแยกผ่านฟ้าลีลาศ เจ้าหน้าหน้าที่ได้นำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) มาตั้งแนวสกัดไว้บริเวณหน้าวัดปรินายก ทางที่จะมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาล
ด้าน พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.นางเลิ้ง ได้แจ้งกับผู้จัดกิจกรรมเดินทะลุฟ้า v.2 ว่า กิจกรรมที่ทำอยู่เป็นความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 5 มีนาคม 2564 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผกก.สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า เข้าใจสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องไม่ไปกระทบสิทธิของผู้อื่น จึงขอให้แยกย้ายยุติการชุมนุม

จากนั้น เวลา 14.20 น. ขบวนเดินทะลุฟ้า v.2 ถึงแยกผ่านฟ้าลีลาศ โดยมี ตำรวจควบคุมฝูงชน กว่า 2 กองร้อย พร้อมอุปกรณ์โล่ กระบอง หมวก ยืนตั้งแถวกั้นแนวผู้ชุมนุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าเจรจากับแกนนำ ว่าขอให้ยุติกิจกรรม เนื่องจากฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยผู้ชุมนุมเดินทะลุฟ้า ได้ประกาศข้อตกอีกครั้งว่า จะไม่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เวลา 14.28 น. ขบวนเดินทะลุฟ้า จัดแถวใหม่ จากเดิม 4 แถว เป็น 5 แถว เพื่อเดินไปต่อ
เวลา 14.32 น. ผู้ชุมนุมเดินทะลุฟ้า v.2 เบี่ยงขวา มุ่งหน้าถนนลูกหลวง ไปยังทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. ยืนตั้งแนวกั้นถนราชดำเนินนอก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. ยืนกั้นแนวบริเวณ ถนนกะออม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เพื่อกันผู้ชุมนุมไม่ให้ลัดเข้าซอยไปออกถนนราชดำเนินนอก


